Billkin เซอร์ไพรส์ร่วมงาน Beijing International Film Festival! โปรดิวเซอร์ Li Jialin เดินเกม 100 วัน เชื่อมสะพานวัฒนธรรมจีน–ไทย
Billkin เซอร์ไพรส์ร่วมงาน Beijing International Film Festival! โปรดิวเซอร์ Li Jialin เดินเกม 100 วัน เชื่อมสะพานวัฒนธรรมจีน–ไทย

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา คณะผู้จัดงาน Beijing International Film Festival ได้ส่งคำเชิญอย่างเป็นทางการถึง HST Entertainment เพื่อขอให้แนะนำภาพยนตร์ไทยคุณภาพและศิลปินไทยที่มีอิทธิพลในระดับนานาชาติเข้าร่วมงานครั้งนี้ โปรดิวเซอร์ Li Jialin ตัดสินใจตอบรับทันที โดยเสนอภาพยนตร์เรื่อง 《姥姥的外孙》(หลานม่า) พร้อมนักแสดงนำ Billkin (马群耀) ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ภาพยนตร์กำลังสร้างกระแสในตลาดจีนจากการเล่าเรื่องครอบครัวอย่างละเอียดอ่อนที่เข้าถึงใจผู้ชมจำนวนมาก การเสนอครั้งนี้ได้รับการยืนยันจากทางเทศกาล และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการทำงานเบื้องหลังที่ยาวนาน

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปักกิ่ง เป็นกิจกรรมด้านภาพยนตร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานภาพยนตร์แห่งชาติ โดยมีสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (China Media Group) และรัฐบาลเทศบาลกรุงปักกิ่งเป็นผู้จัดงาน ถือเป็นหนึ่งในมหกรรมทางวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลสูงที่สุดของกรุงปักกิ่ง มีรายงานว่า Billkin เป็นศิลปินสัญชาติไทยเพียงคนเดียวที่เข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปักกิ่งในครั้งนี้ ตลอดระยะเวลากว่า 100 วันหลังจากนั้น คือกระบวนการทำงานที่เข้มข้น ตั้งแต่การยืนยันความร่วมมือ การประสานทรัพยากรจากหลายฝ่าย ไปจนถึงการปรับรายละเอียดตารางงานและเนื้อหากิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 4 เดือน Li Jialin ได้ขับเคลื่อนการสื่อสารและเจรจาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปรากฏตัวครั้งนี้กลายเป็นการปรากฏตัว “เพียงหนึ่งเดียว” ของ Billkin ในจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา

“เบื้องหลัง 100 กว่าวันนั้น ซับซ้อนและเข้มข้นยิ่งกว่าสิ่งที่เห็นบนเวที” เธอกล่าว ความร่วมมือจากคณะผู้จัดงาน ทีมงานของ Billkin รวมถึงหน่วยงานและสื่อทั้งในปักกิ่งและกรุงเทพฯ มีส่วนสำคัญที่ทำให้การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมข้ามพรมแดนครั้งนี้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ หลังเดินทางถึงปักกิ่ง Li Jialin ยังได้วางแผน “ทริปสัมผัสวัฒนธรรมจีน” ให้กับ Billkin โดยพาเยี่ยมชมสถานที่สำคัญอย่างพระราชวังต้องห้ามและพระราชวังฤดูร้อน เพื่อเปิดประสบการณ์และเชื่อมโยงรากวัฒนธรรมของศิลปินเชื้อสายจีนรายนี้ วันที่ 23 เมษายน Billkin ปรากฏตัวในฐานะ “แขกรับเชิญเซอร์ไพรส์” ในงานฉายภาพยนตร์กลางแจ้งของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปักกิ่งครั้งที่ 16 ท่ามกลางเสียงต้อนรับจากผู้ชมอย่างล้นหลาม “เมื่อได้เห็นแววตาของเขาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมต่อประวัติศาสตร์ และได้ยินเขาพูดว่า ‘北京很美,我爱北京’ (ปักกิ่งสวยมาก ผมรักปักกิ่ง) ความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดก็กลายเป็นสิ่งที่คุ้มค่า” Li Jialin กล่าว

การเดินทางครั้งนี้ยังนับเป็นครั้งแรกที่ Billkin เดินทางมาปักกิ่งในฐานะงานอย่างเป็นทางการ ภายใต้คำเชิญจากคณะผู้จัดงานเทศกาล ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในบริบทความร่วมมือด้านบันเทิงระหว่างประเทศ ปัจจุบัน บทสัมภาษณ์พิเศษของเขากับ China Global Television Network (CGTN) ได้ออกอากาศอย่างเป็นทางการแล้ว จากลานฉายกลางแจ้งสู่หน้าจอสื่อกระแสหลักระดับประเทศ การเดินทางครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของคอนเทนต์วัฒนธรรมไทยในการเข้าถึงตลาดจีนอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับ Li Jialin แล้วนั้น เธอเคยมีผลงานผลิตรายการวาไรตี้ชั้นนำของจีนอย่าง《二十四小时》(24 Hours) และ《青春环游记》(Youth Periplous)

ก่อนจะปักหลักทำงานในประเทศไทย ก่อตั้ง HST Entertainment และผลิตรายการ “SHINE BOYS” ให้กับสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 โดยยังคงมุ่งพัฒนาความร่วมมือด้านคอนเทนต์ระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ดังที่เธอเคยกล่าวไว้ว่า“ฉันเชื่อมาเสมอว่า ศิลปะคือสะพานที่ดีที่สุด” และการทำงานเบื้องหลังกว่า 100 วันในครั้งนี้ สร้าง “สะพาน” แห่งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย–จีนให้เกิดขึ้นจริง พร้อมสะท้อนให้เห็นว่า การขับเคลื่อน Soft Power ไม่ได้พึ่งพาเพียงกระแสความนิยมเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการวางแผนและออกแบบเส้นทางทางวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบ ค่อย ๆ ปูรากฐานอย่างมั่นคงทีละขั้น ความพยายามดังกล่าวยังเป็นการเปิดประตูสำคัญให้ศิลปินต่างชาติสามารถก้าวเข้าสู่พื้นที่วัฒนธรรมแกนกลางของกรุงปักกิ่งได้อย่างสง่างาม ซึ่งนับเป็นโอกาสที่หาได้ยาก

การเดินทางด้านวัฒนธรรมครั้งนี้ในปักกิ่ง ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่น่าตื่นเต้นของศักยภาพอุตสาหกรรมบันเทิงไทยในการก้าวสู่เวทีโลก โดยเฉพาะในตลาดจีนที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกอย่างมหาศาล ทั้งนี้ หวังว่า Soft Power ของไทยจะสามารถต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งในอุตสาหกรรมบันเทิงของจีนและบนเวทีระดับโลกต่อไป ในอนาคต Li Jialin ตั้งเป้าผลักดันให้ศิลปินต่างชาติเข้าสู่ตลาดจีนมากขึ้น พร้อมกับสนับสนุนศิลปินจีนสู่เวทีโลก การขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแบบสองทางจึงเป็นทิศทางหลักที่ HST Entertainment จะมุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 2
