ท็อปเทียร์ไต้หวัน อาร์ติสต์ “FTK-Our Shame-Lilium-LINION-Ahh G” บุก “Bangkok Music City 2026” ปี 2 จัดเต็มเพลงฮิตไวรัล ขยายฐานแฟนเพลงในไทย
ท็อปเทียร์ไต้หวัน อาร์ติสต์ “FTK-Our Shame-Lilium-LINION-Ahh G” บุก “Bangkok Music City 2026” ปี 2 จัดเต็มเพลงฮิตไวรัล ขยายฐานแฟนเพลงในไทย

จบลงอย่างสวยงาม และเต็มไปด้วยความประทับใจ สำหรับเทศกาลดนตรีนานาชาติ “Bangkok Music City 2026” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 24–25 มกราคม 2569 ณ ย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง โดยตลอดสองวันของการจัดงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก แฟนเพลงจากหลากหลายกลุ่มหลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น ท่ามกลางพลังของเสียงดนตรี ศิลปะ และไลฟ์สไตล์ที่ผสานกันอย่างลงตัว

ปีนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของงาน Bangkok Music City ที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองดนตรีและเมืองสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ โดยไฮไลต์สำคัญคือการรวมตัวของศิลปินอินเตอร์ระดับโลก ที่เต็มไปด้วยศักยภาพ ความสามารถ ที่ต่างขนเพลงฮิตประจำตัวมาสร้างความสุขให้กับแฟนเพลงแบบจัดเต็มทุกโชว์
เปิดเวทีด้วยพลังความเดือดของ FTK ที่เรียกเสียงกรี๊ดและปลุกคนดูให้ตื่นเต็มอารมณ์ตั้งแต่นาทีแรก ผ่านเพลง Colorful Insects, Arcane, SNKn’SCOXPN, Devouring, Enchant และ 5ENOM ซาวด์ดนตรีที่หนักแน่น ผสมกลิ่นอายศิลปะเชิงทดลอง ทำให้โชว์ของ FTK กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของงาน พร้อมสร้างกระแสความคาดหวังต่ออัลบั้มใหม่ที่เตรียมปล่อยในเดือนพฤศจิกายนปีนี้
ต่อด้วยบรรยากาศละมุนชวนฝันจาก Our Shame ที่พาผู้ชมล่องลอยไปกับเมโลดี้อบอุ่นและเรื่องราวทางอารมณ์ ผ่านเพลงดังอย่าง Snow in Osaka, Eternity, So in Love with You, Modern Problem (ft. LINION), Hollywood Dream, A Star, Ruby Remix (ft. KJ), Beach Dog (ft. KJ) และ Richard โชว์นี้สร้างรอยยิ้มและโมเมนต์ซึ้ง ๆ ให้กับแฟนเพลงจำนวนมาก
ด้าน Lilium เติมเต็มเวทีด้วยพลังความจริงใจและความอบอุ่น ผ่านบทเพลง Everything Will Go Wonderfully, Inverting Right and Wrong, Saturday, Burnana, Dortor, Jealousy, If I Were a Woman, Ai-oh, My Darling และ Artist ที่สะท้อนมุมมองชีวิต ความสัมพันธ์ และตัวตนของศิลปินได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้ผู้ชมรู้สึกใกล้ชิดและอินไปกับโชว์ตลอดการแสดง
ขณะที่ LINION สร้างสีสันด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ผสาน R&B, Soul และ Pop ได้อย่างกลมกล่อม ผ่านเพลงฮิตอย่าง Oh Girl, 99, Black Panther, Fantasy, Maybe, Mountain Dude, Room 335, Her และ Wall.Eyes.Knee เสียงร้องและจังหวะกรูฟชวนโยก ทำให้บรรยากาศในพื้นที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และการขยับตัวตามจังหวะเพลงอย่างพร้อมเพรียง
ปิดท้ายอย่างทรงพลังด้วย Ahh G ที่พาผู้ชมดำดิ่งสู่โลกอารมณ์ลึก ผ่านเซ็ตลิสต์ Intro – Sleepwalking, Road To, Distance, Boxed In, Cool But Lonely, At My Wits End, A Gift Of Loneliness (Prod. Flowstrong), Polished?, Tsukemono, Invisible Frequency และ Feel Like Giving Up โชว์นี้สร้างความประทับใจให้แฟนเพลงสายดนตรีลึกซึ้ง และกลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์
อีกหนึ่งความพิเศษที่ทำให้ปีนี้น่าจับตามอง คือ ศิลปินไต้หวันที่กล่าวข้างต้น เดินทางมาแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อไทยได้สัมภาษณ์อย่างใกล้ชิด ถ่ายทอดมุมมองทางดนตรี ความรู้สึก และแรงบันดาลใจจากการมาเยือนไทยครั้งแรก รวมถึงเรื่องราวไลฟ์สไตล์ และเมนูอาหารไทยที่ศิลปินชื่นชอบ
นอกจากเสียงดนตรีแล้ว บรรยากาศภายในงานยังเต็มไปด้วยความเป็นกันเองของผู้ชมจากหลากหลายคอมมูนิตี้ การเชื่อมโยงผู้คนผ่านดนตรี และเสน่ห์ของพื้นที่ย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง ที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์เทศกาลให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
เรียกได้ว่า “Bangkok Music City 2026” ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทั้งในแง่ของคุณภาพโชว์ พลังผู้ชม และภาพลักษณ์ของเมือง พร้อมตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะหมุดหมายใหม่ของเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติอย่างแท้จริง
Social Engagement: #BMC2026 #BangkokMusicCity2026







