Home » TV PROGRAM » “แอน สิเรียม” ควงสามี และลูกสาว นนนี่ เปลือยเส้นทางความรักกว่า 10 ปีที่แรก! พร้อมเคลียร์ดรามา เกาะสามี!!

“แอน สิเรียม” ควงสามี และลูกสาว นนนี่ เปลือยเส้นทางความรักกว่า 10 ปีที่แรก! พร้อมเคลียร์ดรามา เกาะสามี!!

Share

“แอน สิเรียม” ควงสามี และลูกสาว นนนี่ เปลือยเส้นทางความรักกว่า 10 ปีที่แรก! พร้อมเคลียร์ดรามา เกาะสามี!!

นักแสดงเจ้าบทบาท แอน สิเรียม ควงสามีหนุ่มนักธุรกิจ จัสติน เทดด์ วัย 61 ปี และลูกสาวน้องนนนี่ มาเปิดตัวพร้อมหน้าพร้อมตา ที่แรก งานนี้เจ้าตัวยังเผยเส้นทางความรักกับสามีนักธุรกิจที่ยาวนานกว่า 10 ปี พร้อมทั้งเคลียร์ข่าวเม้าท์ แอน เกาะสามี แถมประเด็นของลูกสาวที่แต่งงานสายฟ้าแล่บ สรุปตอนนี้เลิกหรือไม่เลิก โดยทั้ง 3 คนมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne31 ที่มี บูม สุภาพร และได๋ ไดอาน่า เป็นพิธีกร

แต่งงานกันมาตอนนี้ก็ยังสวีทอยู่?
แอน : ไม่ค่อยสวีทเท่าไหร่นะคะ ประมาณกลางๆ

ไม่ค่อยมีคนเห็นคุณจัสตินออกทีวี?
แอน : หลังๆ ก็เยอะ แต่ว่ามานั่งทอล์ก นั่งคุยแบบนี้ไม่มี ดูสิเกร็งเป็นหุ่นเลย

แต่งงานมากี่ปีแล้ว?
แอน : 7 ปี

พี่แอนให้มาให้เป็นพิธีงานหมั้น แต่ขอห้ามโพสต์ลงสื่อ ณ ตอนนั้นทำไมถึงเก็บเป็นความลับ?
แอน : ตอนนั้นเรารู้สึกเกร็งๆ แล้วเราไม่ได้แต่งงานครั้งแรก ก็เลยไม่อยากให้ใครเห็นเท่าไหร่ แล้วสามีก็เป็นคนต่างชาติด้วย จริงๆ แล้วแอนไม่ชอบฝรั่งเลย เป็นลูกครึ่งนะ แต่ว่าแอนไม่ชอบ แอนกลัว มันเหมือนมีปมมาตั้งแต่เด็กๆ

เจอกันได้ยังไงถึงมาพบรักกัน?
แอน : ไปเจอที่รีสอร์ทเขา ตอนนั้นไปเช่ารีสอร์ทคุณจัสตินที่บางเสร่ ก็เลยเป็นการพบกันครั้งแรก

เห็นว่าเจอกันครั้งแรกคิดว่าเขาเป็นเกย์?
แอน : ใช่ๆ แบบว่าน่าจะสองอย่าง ชอบทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ก็ถามเขาคิดว่าเขาเป็นเกย์ เพราะเขาสำอาง

อะไรที่ทำให้เราตัดสินใจลองคุยกับคนนี้?
แอน : เขาเขียนอีเมลจีบแอนอยู่เป็นปี แอนก็งง จีบทางอีเมลยากจังเลย ภาษา ศัทพ์เป็นทางการมาก
จัสติน : ตอนแรกเขาจะมาพักที่รีสอร์ท แล้วงงมากเพราะสตาร์ฟทุกคนซุบซิบๆ ว่าแอน สิเรียม จะมา เขาก็งง แต่พอเจอปุ๊บรู้สึกว่าเหมือนเป็นรักครั้งแรก
แอน : แต่พี่ไม่รู้สึกอย่างนั้นเลยนะคะ แอนคิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่สุภาพจัง แต่บางทีด้วยถ้อยคำ คำพูดไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่ เขาก็จะแซวๆ ภาษาอังกฤษเธอไม่ดีไม่เป็นไรนะ แต่ถ้าไปเที่ยวฮอลิเดย์กับเขาสัก 6 เดือนภาษาอังกฤษเธอจะเก่งมากเลย เราก็งง นึกยังไงฉันจะไปกับเธอ แต่เขาก็เป็นเหมือนโจ๊กฝรั่ง ล้อเล่น แหย่ๆ

ตอนนั้นพอเจอเสร็จมีการจีบต่อยังไง?
จัสติน : ส่งอีเมลไปหาตลอดเวลาเลย 3-4 เดือน แรกๆ เขาก็ตอบแบบสั้นๆ สุภาพ มีมารยาท หลังๆ คือไม่ตอบแล้วก็หายไปเลย คนเราทุกคนแม้จะรักแค่ไหน แต่ความอดทนเรามีขีดจำกัด 3-4 เดือนไม่ส่งหาแล้ว
แอน : ไม่ส่งก็ไม่ส่งไม่เป็นไร ตอนนั้นเขาก็ส่ง sms มาบ้าง แต่มันก็ไม่ได้คอนแท็กกันจนกระทั่งลูกไปเรียนที่อังกฤษเราก็เลยได้ไปเจอกันอีกทีโดยบังเอิญ ก็เลยเริ่มคุยด้วย ไปไหนมาไหนด้วยกัน

2 ปีเต็มเขาโทรมาหาไม่รับโทรศัพท์?
แอน : เขาไม่ได้โทรทุกวันขนาดนั้น

อะไรที่ทำให้พี่แอนเปิดใจลองคบ ลองคุย และแต่งงานกับคนนี้?
แอน : พอคุยไปด้วยแล้วสนุก มีความรู้สึกว่าเขาเป็นธรรมชาติดีไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมาก ต่างคนก็ชอบกินเหมือนกัน เขาก็ชอบออกกำลังกายเหมือนกัน รู้สึกว่าไลฟ์สไตล์เราเข้ากันมากกว่า

ทราบหรือเปล่าคุณแอนผ่านการแต่งงานมาก่อน?
จัสติน : ไม่รู้จำไม่ได้เหมือนกัน ไม่คิดว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องจำ

จัดงานแต่งงาน 2 ที่ ที่อังกฤษและที่ไทย?
แอน : มันเป็นอะไรที่เล็กๆ มาก ที่ไทยคือเขาชอบพิธีทางไทย แต่ว่าช่วงนั้นลูกเราก็มาไม่ได้ เราก็เลยจัด 2 ครั้ง เพราะว่าเพื่อนเขาก็ไม่สามารถบินมาเมืองไทยได้ทุกคน เพื่อนสนิทเขาก็เลยต้องจัดที่อังกฤษอีกครั้งนึง

พี่แอนอยู่ในที่สาธารณะ แต่งงานปุ๊บดราม่าเลย?
แอน : ก็มีค่ะ หลายๆ คนจะพูด พี่โดนกอสซิบ โดนบูลลี่เยอะเหมือนกัน หลายๆ คนก็จะพูดว่าใช่สิ มีสามีฝรั่ง แต่เขาไม่ได้ใช้คำว่าสามี ก็ทำอย่างนี้ เกาะสามีกินไม่ต้องทำงานแล้ว ก็โดนเยอะเหมือนกัน เพราะโดยสังคมทั่วๆ ไป ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะเป็นอะไรที่เปิดแล้วก็ตาม แต่ว่าลึกๆ มันก็มีนิดนึง อีกระดับนึงอยู่ บางทีอาจจะไม่เป็นคำพูด แอนมองว่าคนเราเกิดเป็นคนเหมือนกัน ไม่ว่าชาติไหน ภาษาไหน ก็เกิด แก่ เจ็บตายเหมือนกัน แล้วความรักเราไม่ใช่เด็กๆ แล้ว

เวลาเห็นข่าว มันทำให้เรารู้สึกยังไง?
แอน : บางทีก็รู้สึกแย่นะคะ ช่วงที่ทำงานเยอะๆ จิตตกก็มีบ้างเหมือนกัน แต่หลังๆ แอนรู้สึกว่าเราไม่ต้องเอามันมาแบกไว้ ไม่มีใครรู้จักเรา 2 คนดี เท่ากับเราสองคน
จัสติน : ตอนนั้นเขาไม่ได้บอกอะไรเลย เห็นเขาโอเค เราก็โอเค คือไม่ได้รู้ว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้น
แอน : บางทีเรื่องไม่เป็นเรื่องเราก็ไม่อยากบอกให้คนอื่นทุกข์ บางทีสังคมมันไม่เหมือนกันในความรู้สึกแอนนะคะ

เห็นหวานๆ แบบนี้ก็มีช่วงที่เกือบไปกันไม่รอดเหมือนกัน?
แอน : ก็มีนะคะ ภาษาเราไม่ได้แข็งแรงมาก พูดก็เข้าใจหมดทุกอย่าง แต่มันไม่ได้ลงดีเทลลึกเหมือนภาษาไทยที่เราเข้าใจ มันก็มีบ้างบางทีที่ฉันอยากจะอธิบายให้เธอเข้าใจตรงนี้ แต่เธอก็ไม่เข้าใจ ส่วนมากมันจะเกิดขึ้นตอนอยู่ในประเทศไทยมากกว่าอยู่ประเทศอังกฤษ

ทะเลาะกันเรื่องอะไร?
แอน : คิดไม่ออก เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
จัสติน : คนเราต่างพ่อ ต่างแม่มาอยู่ด้วยกัน บางทีมันก็มีทะเลาะกันบ้างเล็กๆ น้อยๆ นิดหน่อย

ผอมลง สวยขึ้นไปทำอะไรมา?
นนนี่ : ไม่ได้ทำอะไรเลย ช่วงนั้นกลับมากักตัวอยู่บ้าน แม่ก็เลยให้ออกกำลังกาย

ตอนแรกที่น้องนนนี่ได้เจอกับคุณจัสติน ตอนนั้นเป็นยังไง?
นนนี่ : ตอนนั้นหนูก็ไม่ได้มีคอมเมนต์อะไรอยู่แล้ว ตอนนั้นเหมือนเราเด็กมาก น่าจะประมาณ 15 เหมือนแล้วแต่แม่เลย ไม่ได้มีคอมเมนต์ว่าชอบไม่ชอบ อะไรที่แม่มีความสุขก็ตามใจคุณแม่เลย

เราเรียกคุณจัสตินว่าอะไร?
นนนี่ : เรียกจัสตินเลย เขาก็ดูแล ทำหน้าที่พ่อไปเลย

มีอะไรจะบอกคุณจัสตินไหม?
นนนี่ : ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตของครอบครัวเรา เข้ามาในชีวิตคุณแม่ ทำให้ทุกอย่างมันมีความสุขมากๆ
จัสติน : ขอบคุณน้องนนนี่ที่ทำให้ทุกอย่างมันง่ายมากในการที่เราเป็นครอบครัวด้วยกัน
แอน : ต้องบอกว่าช่วงก่อนที่เราจะเข้ากันได้ 100% ก็ต้องพึ่งคุณจัสตินที่ต้องช่วยประสาน ปรับความเข้าใจเพราะว่าแม่ก็อยากให้ลูกเป็นได้ดั่งใจทุกอย่าง ลูกก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูงเหลือเกิน จัสตินก็จะมาอธิบายให้แอนเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าบางทีเราต้องเปิดโอกาส ให้ลูกได้ใช้ชีวิตอย่างที่เขาอยากจะทำ มันทำให้เราหาทางออกเจอ ทำให้เราเข้าใจลูกและสามี แล้วแอนก็เข้าใจการใช้ชีวิตครอบครัว

คู่แม่ลูกคู่นี้ดูสนิทกันดี แต่ก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องให้คุณแม่ช็อกน้ำตาตกใน?
แอน : ก็หลายเรื่องอยู่เหมือนกันนะ แอนว่ามันเป็นเรื่องปกติของคนเป็นแม่ บางทีเรามักจะเจออะไรที่เราคาดไม่ถึง อย่างเช่นแบบว่า แม่หนูจะแต่งงานแล้วนะ

เขาไม่เคยเกริ่นมาก่อนเหรอว่าเขามีแฟน?
แอน : เขาก็เกริ่นมาบ้างว่าเขาเป็นแฟนกับคนนี้นะ แล้วอยู่ๆ เขาคงคิดว่าเขาอยากจะแต่งงานแล้วแหละ

คุณแม่ทราบพร้อมข่าว หรือน้องนนนี่บอกให้ทราบก่อน?
แอน : บอกให้ทราบก่อน เขาก็ทำทุกอย่างถูกต้อง ไม่ได้มีอะไรเสียหาย แต่ว่าเรามองว่าวัยนี้การแต่งงานมันอาจจะเร็วไป ก็ถามสามีว่ายังไง
จัสติน : ก็เห็นด้วย

แต่ความเป็นแม่ทำไมถึงรู้สึกว่าเด็กเกินไปหรือเปล่า?
แอน : ไม่รู้อะ เรามองว่าเด็ก ตอนแต่งงานเราก็เด็ก ลูกก็บอกเราว่าตอนแม่แต่งก็อายุประมาณหนูไม่ใช่เหรอ สุดท้ายก็แล้วแต่ลูก

สรุปตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราเป็นยังไง?
นนนี่ : เลิกกันแล้วค่ะ เลิกกันประมาณช่วงปลายปีที่แล้ว เพราะว่าตัวพี่เขาเองกลับไปอังกฤษประมาณช่วงกลางปี คือเขาอยากจะกลับไปอยู่ที่นู่น แต่ว่าเราอยากอยู่ที่นี่ ความคิดเห็นไม่ค่อยตรงกันก็เลยแยกย้าย

สิ่งที่เกิดขึ้น แม่รู้สึกยังไง?
แอน : แอนไม่ได้รู้สึก แอนเป็นแม่เขา แต่ว่าแอนไม่ได้เป็นเจ้าของชีวิตเขา ดังนั้นเขาทีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจเลือกว่าเขาอยากจะทำอะไรมากกว่า ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจยังไง แอนก็เคารพในการตัดสินใจของเขา แล้วแอนก็จะคอยซัพพอร์ตเขามากกว่า แอนก็แฮปปี้นะที่ลูกมีโอกาสกลับมาอยู่เมืองไทย ได้อยู่กับคุณยาย ได้เจอญาติพี่น้อง ได้กลับมาเจอวงสังคมแบบไทยๆ สุดท้ายที่นี่คือบ้าน เขาก็คุยกันดีอยู่นะคะ ไม่ใล่เลิกกันแล้วไม่คุยกัน เลิกกันแบบเข้าใจกัน

มันทำให้มุมมองความรักเราเปลี่ยนไปไหม?
นนนี่ : ไม่เปลี่ยนเท่าไหร่นะคะ โอเคเราคบกับใครเราก็จะเต็มที่อยู่แล้ว แต่พอมันเดินมาถึงตรงนี้แล้วมันไปกันไม่ได้ เราก็ไม่อยากจะฝืนมันแล้ว

ตอนนี้มีใครใหม่หรือยัง?
นนนี่ : ไม่มี ยังไม่มี

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange M

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com