Home » TV PROGRAM » ฟ้าใส ปวีณสุดา เคลียร์ใจเรื่องนางงามไร้มง ฉะสัญญาเปลี่ยน เงิน รถ บ้าน ยังไม่ได้!

ฟ้าใส ปวีณสุดา เคลียร์ใจเรื่องนางงามไร้มง ฉะสัญญาเปลี่ยน เงิน รถ บ้าน ยังไม่ได้!

Share

ฟ้าใส ปวีณสุดา เคลียร์ใจเรื่องนางงามไร้มง ฉะสัญญาเปลี่ยน เงิน รถ บ้าน ยังไม่ได้!

หลังจากที่เป็นประเด็นฉะกันไปมาระหว่าง ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 กับกองประกวด ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่จบง่ายๆ เพราะทั้งคู่ต่างงัดหลักฐานออกมาโชว์ข้อโต้แย้งซึ่งกันและกัน โดยงานนี้ฟ้าใส พี่เอส ผู้จัดการส่วนตัว และคุณคริส ทนาย ได้หอบหลักฐานมาเปิดเผยทุกประเด็นที่แรกในรายการคุยแซ่บSHOW ทางช่องวัน 31 ที่มีหนิง ปณิตา, เป็กกี้ ศรีธัญญา และธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร

พี่เอสเพิ่งมาเป็นผู้จัดการไม่นาน รู้เรื่องทั้งหมด?
พี่เอส : ต้องบอกว่ารู้เยอะกว่าที่แถลงไปอีก เพราะว่าน้องมาเรียนเรื่องการตอบคำถามการเป็นางงามกับพี่ก่อนมาประกวดที่ไทย เรียนมาตลอดเป็นปี ฟ้าใสปรึกษาละเอียดทุกขั้นตอน แต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้เป็นผู้จัดการ รู้สึกว่าถ้าเราไปตัดสินใจแทนน้องมันเกินหน้าที่ของคำว่าครู ได้แค่คำปรึกษาเบาๆ

ดราม่าไม่เซ็นสัญญาเพราะว่าเรื่องเยอะ?
ฟ้าใส : ไม่ใช่คะ ที่ไม่มีการเซ็นเนื่องจากว่าทางคู่กรณีเขาเปลี่ยนสัญญามาตลอด
คริส (ทนาย) : มีข้อที่สำคัญอย่างเช่นเงินรางวัลได้รับ 1,500,000 บาท หลังการประกวดเสร็จไม่เกิน 30 วัน ต้องได้รับเงิน 750,000 บาท ตอนนี้ยังไม่ได้
พี่เอส : ตั้งแต่ได้รับตำแหน่งแล้วรับงานมา หักให้ 30% ทุกงาน
คริส (ทนาย) : เรื่องที่แฟนๆ นางงามให้ความสนใจเรื่องมงกุฎในสัญญาผู้ประกวดถ้าได้รางวัลเป็นมิสยูนิเวิร์สจะได้รับมงกุฎเป็นของฟ้าใสตั้งแต่วันที่ประกาศผล วันที่ได้รับตำแหน่ง ถือเป็นการรับมอบเรียบร้อยแล้ว


พี่เอส : เขาบอกว่าไม่ได้ เพราะไม่ได้เซ็นฉบับที่ 2 ฉบับแรกมีสัญญาเป็นนักแสดงด้วย 2 ปี รถยนต์ 1 คัน ที่พักประจำตำแหน่ง 1 ปี ยี่ห้อรถไม่เขียนระบุแต่ประกาศบนเวทีเป็นรถยุโรป จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับ มีของรางวัลสปอนเซอร์ใช้ตลอด 1 ปี พอได้ตำแหน่งก็มีฉบับที่ 2
ฟ้าใส : ก็มีการเปลี่ยนจาก 2 ปีไปเป็น 3 ปี จากนักแสดงไปเป็นศิลปินก็คือครอบคลุมทุกอย่าง นักร้อง เดินแบบ ถ่ายแบบ เปลี่ยนเปอร์เซ็นต์จาก 70-30 ไปเป็น 65-35
พี่เอส : แล้วมีการว่าถ้าได้เป็นมิสยูนิเวิร์สจะเปลี่ยนเปอร์เซ็นต์การหักทั้งหมดเป็น 50% สัญญาฉบับที่ 3 ไม่ได้เปลี่ยนแค่เนื้อหาบางเรื่อง มันเปลี่ยนของรางวัลเลย อย่างก่อนหน้านี้มงกุฎสวารอฟกี้ ฉบับนี้เป็นมงกุฎที่ระลึก

มงอยู่กับฟ้าใสนานเท่าไหร่?
ฟ้าใส : อยู่จนกระทั่งเซ็นข้อตกลงอันสุดท้าย อยู่กองตั้งต่ช่วงปีใหม่แล้วคะ

ลายมือใครเป็นคนเขียนในเอกสาร?
ฟ้าใส : ฉบับที่ 2 เป็นลายมือคุณแม่ คุณแม่จะเขียนเพื่อขอรายละเอียด และเพื่อแก้ไข
พี่เอส : คุณแม่แก้ให้เหมือนตรงกับฉบับที่ 1 ด้วยลายลักษณ์อักษรและปากเปล่าด้วย สุดท้ายมันมีการแก้แต่ไม่ได้ทั้งหมด ไม่มีระบุยี่ห้อรถ และบ้านพักประจำตำแหน่งที่ไหน หนูได้ข่าวมาว่าหนูจะอยู่ที่นั่นได้แค่ถึงสิ้นเดือนธันวาคมเท่านั้น เรื่องเปอร์เซ็นต์ก็มีการแก้ให้เป็น 70-30 ตามเดิม

จะฟ้องมั้ย?
ฟ้าใส : หนูมองว่าเซ็นข้อตกลงอันสุดท้ายไปแล้ว ทางกองก็ได้ให้โอกาสได้มีทุกวันนี้เป็นมิสยูนิเวิร์ส หนูพร้อมที่จะอโหสิและมูฟออน แต่เรื่องที่ทุกคนเข้าใจผิดหนูต้องการออกมาชี้แจงว่าข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ว่าหนูเรื่องเยอะ ไม่ใช่ว่าหนูหัวหมอแล้วเปลี่ยนสัญญา ตอนที่มีข่าวออกมาก็มีหลายคนว่า หนูรู้สึกว่าทำไมเขามองเรา ทำไมมีการคาดเดาแบบนี้ ทำไมถึงไม่ถามหนู

เซ็นฉบับสุดท้ายว่าอะไร?
ฟ้าใส : สัญญาฉบับที่ 3 มันมีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก เช่นในเรื่องของงานการกุศลและอื่นๆ
พี่เอส : งานการกุศลและอื่นๆ ออกตามคงามเห็นชอบของกอง แล้วน้องต้องรับผิดชอบแต่งหน้าทำผมเอง ในสัญญาเขียนว่า ถ้าแต่งตัวไม่เหมาะสมจะส่งลายลักษณ์อักษรเตือน 3 ครั้ง ถ้าเตือนแล้วไม่ดีขึ้นก็ปรับ 100,000 บาท

อ่านถึงตรงนี้รู้สึกยังไงบ้าง?
ฟ้าใส : หนูรู้สึกตกใจว่าทำไมเปลี่ยนแปลงมากขนาดนี้ ตกใจมากที่สุดคือในฉบับแรกบอกว่าหน้าที่บริษัทมอบเงินรางวัลและของรางวัล แต่พอฉบับที่ 3 เขาตัดหน้าที่ออก

ทำไมถึงตัดสินใจจบปัญหาไม่เอามง?
ฟ้าใส : ในข้อตกลงฉบับสุดท้ายที่เข้าไปเซ็น หนูเข้าใจว่าในเมื่อหนูชนะบนเวทีอย่างถูกต้องและเป็นเอกฉันท์ ดังนั้นคำว่านางงามมันต้องมีสายสะพายและมงกุฎอยู่แล้ว หนูเข้าใจว่าสิ่งพวกนี้หนูต้องได้ ตอนนั้นเลยมีการตกลงกัน
พี่เอส : ไปขอให้ว่าน้องทำงานแล้วขอ 500,000 แล้วกัน
ฟ้าใส : เพราะว่าตอนแรกจะไม่ให้เงินเลยสักบาท แล้วทนายบอกว่าน้องทำงานทำหน้าที่ตามสัญญาฉบับแรกแล้ว ทำไมไม่ให้น้องเลย ก็มีการตกลง 500,000 บาท แต่มงกุฎไม่ให้นะ ตอนนั้นช็อก มันไม่ใช่ของหนูหรอเพราะหนูก็ได้รับตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว

ถ้าไม่จ่ายเงินแต่ให้มงกับสายสะพายแฮปปี้กว่ามั้ย?
ฟ้าใส : สำหรับหนูถ้าไม่ให้มง ทำไมหนูไม่ได้เงินล้านห้าละ มงกุฎเป็นของหนูตั้งแต่วันที่ชนะแล้ว

มีบางงานที่ไป นางงามคนอื่นมีสายสะพายมีมงแต่เราไม่มี?
ฟ้าใส : ต้องยิ้มสู้คะ ตอนนั้นต้องคิดบวกว่าเราเด่นสุดเนาะ ไม่มีอะไรต้องคิดบวกไว้ก่อน
พี่เอส : มันมีเหตุการณ์นึงที่น่าสงสารวันอำลาตำแหน่ง ตอนที่ลงจากเวทีแล้วเขาจะเอามงกุฎคืน
ฟ้าใส : หลังจากที่มอบตำแหน่งให้กับน้องๆ แล้ว จะมีการลงมาเปลี่ยนชุดไปถ่ายรูปกับแฟนคลับ ตอนนั้นคือหนูออกไปจะมีคนที่ถือกล่องมงกุฎตามหนูออกมาข้างนอก เขาจะเก็บเลยแต่หนูให้พี่เอสไปช่วยพูดอยากถ่ายรูปที่มีมงกุฎ เขาจะให้หนูเอามงกุฎออกตั้งแต่เดินลงจากเวทีแล้ว

ทางคู่กรณีพูดแล้วว่าถ้าคุณเหมาะสมให้มาเอามงไป ทำไมไม่ไปเอา สัญญาก็ระบุ?
ฟ้าใส : มีการนัดเข้าไปแล้ววันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ตอนบ่าย 3 หนูมองว่าได้ทำหน้าที่ครบถ้วนที่ดำรงตำแหน่ง

เซ็นสัญญาแล้วทำไมถึงไม่ได้รางวัล?
คริส (ทนาย) : สัญญาที่ฟ้าใสเซ็นไป ต้องถามเจ้าตัวว่าวันนั้นทำไม อะไรคือสาเหตุที่เซ็นไม่เอา
ฟ้าใส : เรียกว่าเป็นการกดดันดีกว่าคะ ฟ้าใสต้องเข้ามาเซ็น มีทั้งจดหมายทนาย มีทั้งการกดดัน หนูก็เลยต้องเข้าไป พอเข้าไปหนูถามว่าข้อตกลงฉบับที่ 3 หนูไม่เซ็นอยู่แล้ว ขอไปเป็นเหมือนฉบับแรกที่เซ็นได้มั้ย ในเมื่อไม่ได้ก็เลยต้องจบกัน ฉบับสุดท้ายระบุว่าฟ้าใสจะได้เงิน 500,000 บาท และยังอยู่ในตำแหน่ง

เขาบอกมงกุฎไม่ได้ให้ตั้งแต่แรก?
ฟ้าใส : สัญญาในฉบับแรกมงกุฎกับสายสะพายให้คนที่ชนะก็จะได้ในค่ำคืนนั้นเลย หนูทำตามสัญญาฉบับแรก และทำหน้าที่มิวยูนิเวิร์สจนถึงวินาทีสุดท้ายอย่างครบถ้วนและซื่อสัตย์ด้วย

ฝั่งกองทิ้งท้ายไว้ว่าถ้าเหมะสมก็มารับมงกุฎไป?
ฟ้าใส : หนูเชื่อว่าในค่ำคืนที่ประกวดทุกคนเห็นว่าหนูเหมาะสมหรือไม่ และคณะกรรมการก็ได้ตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าใครผู้ชนะในค่ำคืนนั้น

คิดว่าเรื่องนี้จะจบแบบไหน กลับมาปรองดองกันได้มั้ย?
ฟ้าใส : สำหรับหนูยังมีโครงการที่ยังอยู่กับกอง แน่นอนว่าจะมีการร่วมงานการกุศลกัน หนูจะเลือกมองแต่สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น และขอบคุณที่มอบโอกาสให้หนูได้เป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ จะจำช่วงเวลาดีๆ คะ

แฟนคลับซัพพอร์ตดีมาก อยากบอกอะไรบ้าง?
ฟ้าใส : ขอบคุณมากๆ นะคะที่รักเป็นกำลังใจ ซัพพอร์ตฟ้าใสเสมอ ทุกคนคอยให้พลังบวกฟ้า ฟ้าใสจะคอยจดจำเวลาที่มาว่าจะนานแค่ไหนหนูจะย้อนกลับมานึกถึงวันที่ประกวด ที่ได้ตำแหน่ง วันที่กลับมา ไม่ว่าวันไหนก็ยังจำได้ เป็นความทรงจำดีๆ ที่หนูจะไม่มีวันลืม ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกนี้ยังไง แต่อยากขอบคุณจริงๆ คะ

มันมีประเด็นที่ว่าฟ้าใสเป็นคนไม่มีวินัย ในเรื่องของการทำงานไปกองสาย?
ฟ้าใส : ต้องอธิบายแบบนี้ก่อน จริงๆเราจะเข้ากองวันที่ 28 แต่วันที่ 27 มีแมสเสจมาจากกองใหญ่ ว่าเราจะต้องมีการถ่ายวิดีโอ จะเอาอะไรเข้าไปในกองตามลิสที่กล่องได้ระบุมา หนูก็งง ก็เลยเอาข้อความนี้ไปถาม กองที่ไทย เขาก็บอกว่ายังไม่ได้รับเอกสารอันนี้ หนูก็เลยไปถามเพื่อนๆ ว่า  ในวันที่ 27 ไม่รู้เลยว่าต้องเอาชุดว่ายน้ำไปมันมีลิสหรอว่าเราจะต้องเอาอะไรเข้าไป นางงามบราซิลก็เลยส่งมาให้ ซึ่งมันมีสิ่งที่อยู่ในนั้นเราไม่ได้เตรียมไป ก็เลยต้องไปซื้อในวันที่ 27 ซื้อไม่ครบก็เลย มีวันที่ 28 ด้วย

เราได้ถามทางกองประกวดไหมว่าเรื่องพวกนี้ทำไมไม่บอกเราก่อน?
ฟ้าใส : ทางกองบอกว่า เขาส่งทุกอย่างที่ได้รับจากกองใหญ่ให้กับหนูแล้ว คือเท่าที่หนูเข้าใจทางกองไทยเขาได้รับข้อมูลแค่นี้ เขาก็เลยส่งเท่านี้ แต่ในเรื่องของข้อมูลอื่นๆ หนูก็เคยถามไปว่าปกติมันต้องมีลิสนะ ว่าเราจะต้องเตรียมอะไรเข้าไป วันที่ 28 พี่จ๊าดเขาเห็นห้องเก็บตัวว่าห้องมันเล็กนะ ดังนั้นที่เราประกาศไปว่าเรามี 19 กระเป๋าใหญ่ มันไม่สามารถเข้าไปในห้องเล็กได้ วันที่ 28 ก็เลยเป็นวันที่เราเก็บกระเป๋าด้วย แล้วก็มีการเลือกชุดว่าชุดไหนที่เราใส่แล้วดูสวยสุด ที่สำคัญช่วงเย็นมีการเอาชุดใหม่ๆ มาให้ลองด้วย

มันไม่ได้มีการฟิตติ้งก่อนเหรอว่าวันไหนใส่ชุดอะไร?
ฟ้าใส : มันมีการฟิตติ้งอยู่แล้ว หนูก็งงเหมือนกันว่าทำไมมันมีชึดใหม่ๆ เข้ามา ตอนนั้นก็มีการจัดกระเป๋าใหม่ จนกระทั่งตี 2-3 แม่หนูก็ท้วงไปว่าน้องจะต้องเข้ากองวันพรุ่งนี้นะ น้องควรจะนอนได้แล้ว แบ้วตอนนแรกก็มีการดีแบตว่าน้องจะรู้ได้ไงว่าของอยู่ในกระเป๋าไหนถ้าเกิดน้องไม่ได้เป็นคนจัดเอง แล้วแม่หนูก็ถามว่าน้องมาอยู่ที่นี่กับคุณตั้งนานทำไมถึงเพิ่งมาจัดกระเป๋าตอนนี้ เขาก็เลยให้ไปนอน แต่เห็นภาพนะคะว่ามีการจัดกระเป๋าถึงตี 4 อย่างที่แถลงไป แล้วพอมาวันที่เข้ากองวันที่29 ตอนนั้นหนูทราบอย่านึงคือมีการเคาะประตู จากผู้ใหญ่ คุณแม่ก็เป็นคนเปิดประตู เพราะหนูกำลังแต่งหน้าอยู่ คือไม่มีการบอกรายละเอียดว่าวันเจ้ากองจะต้องเข้ากองกี่โมง

ทำไมหนูไม่ถาม?
ฟ้าใส : เพราะว่าหนูเคยประกวดต่างประเทศมาก่อน กิงใหญ่เขาบอกว่าเราเข้ากองวันนี้ๆ แต่ไม่ระบุว่าเวลาไหน
พี่เอส : จริงๆ เป็นแบบนี้ครับ เนื่องจากทางกองประเทศไทยได้มีฤกษ์มีชัย แล้วนัดกับแฟนคลับ 9 โมง แล้วไม่ได้แจ้งฟ้าใสว่าได้นัดกับแฟนคลับ น้องมารู้ตอนเช้าเคาะประตูว่าอีก 10 นาทีออกนะ
ฟ้าใส : แล้ววันที่ทุกคนทราบว่าหนูไฝ่ฝันจะเข้ากองมิสยูนิเวิร์ส แล้ววันนั้นเป็นวันสำคัญที่สุด คือวันแรก เพราะมันจะเป็นเฟิร์สอินเพรสชั่นของเรา แล้วเราจะเข้าไปแต่งหน้าไม่เสร็จ แต่งตัวไม่พร้อม แล้วให้เวลา 10 นาที พอเข้ากองผู้ใหญ่ก็กระซิบก่อนที่หนูจะลง ก่อนจะไลฟ์ด้วยซ้ำในรถ ว่าบอกนะ ขอโทษที่เราสาย เพราะเราท้องเสีย ทุกคนก็จะทราบว่าเนี่ยหนูไปสวัสดีพี่จ๊าด แล้วหนูก็บอกว่าขอโทษนะคะหนูท้องเสียเลยมาสาย

ก็คือมีคนบอกให้หนูโกหก?
พี่เอส : เอาตามที่เล่าแล้วกัน
ฟ้าใส : จริงๆ วันนั้นหนูกดดันแล้วไม่มีความสุขเลย เวลาที่หนูเข้ากอง ถ้าเขารู้จักหนูจริงๆ หนูไม่ได้เป็นฟ้าใสเหมือนเดิม เหมือนฝืนยิ้ม ซึ่งตอนนั้นหนูฝืนจริงๆ เพราะว่าทำไมหนูต้องรับผิดในสิ่งที่หนูไม่ได้ทำ แล้วตอนนั้นคนที่สังเกตุว่าใสคนนี้ไม่ใช่คนเดิมก็คือพี่จ๊าด เขาก็ถามหนูว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าเนี่ยไม่ใช่ฟ้าใสคนเดิม พี่ขอคนเดิมได้ไหม แล้วเขาก็เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น พี่เชื่อไหมว่าตอนนั้นหนูแทบร้องไห้ออกมาเลยว่าแบบคนๆ นี้ที่พร้อมจะรับฟัง แล้วหนูก็เล่าให้เขาฟังว่าเกิดแบบนี้ๆ ขึ้น เขาก็เข้าใจ แล้วบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่จะให้พลังบวกไปเรื่อยๆ หนูขอบอกนะคะ ถ้าหนูไม่มีวินัย ถ้าหนูสาย ถ้าอ้วนหรืออะไรแบบนี้ หรือว่าเรื่องสัญญาแบบไม่ครบ หนูไม่สามารถเข้าไปถึงท้อป 5 มิสยูนิเวิร์สได้หรอก หนูเชื่อว่ากองใหญ่ถ้าเห็นหนูมีปัญหา เขาคงไม่ให้หนูเข้ารอบ 20 คนตั้งแต่แรกแล้ว

คู่กรณีก็บอกว่าจะโทษเขาเองก็ไม่ได้ เพราะตัวเขาเองจะต้องวิ่งเต้นในเรื่องการทำเอกสาร สัญญา หลักฐานต่างๆ เพื่อให้ฟ้าใสสามารถเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส2019 ได้ เรื่องใบสมัคร เขาบอกว่าเอกสารของหนูไม่เรียบร้อย?
ฟ้าใส : ก่อนที่จะบินไป มีเอกสารที่กองส่งมาให้ กองใหญ่ส่งมาให้กองแต่ละประเทศ ว่าจะต้องมีการยืนยันนะว่าคนนี้เป็นคนชนะ จะต้องมีเอกสารตามเงื่อนไขตามที่ตกลง แล้วหนูก็มีการเซ็นว่าเป็นผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สแล้วส่งกลับไปกองแม่เรียบร้อยแล้ว
พี่เอส : พี่สังเกตุอย่างนึงสัญญาที่ให้น้องฟ้าใสเซ็นเป็นภาษาไทย พี่ก็ไม่รู้ว่าพอลล่าอ่านภาษาไทยออกหรือเปล่า เขาเอาสัญญาฉบับนั้นไปให้พอลล่า เพราะจริงๆ น้องได้เซ็นสัญญาภาษาอังกฤษไปแล้วตั้งแต่ก่อนเข้ากองว่าน้องเป็นมิสยูนิเวิร์สจริงๆ แต่ฉบับที่น้องเซ็นเป็นภาษาไทยล้วนๆ ถ้าบอกฉบับนั้นเซ็นปุ๊บไปยื่นพอลล่า พอลล่าแปลออกไหม
คริส (ทนาย) : ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงนี้ จะบอกว่าฟ้าใสไม่ได้เซ็นกับกองใหญ่ไม่ใช่เลย คือเซ็นกับกองใหญ่ไปแล้ว สัญญาที่มีปัญหาเป็นภาษาไทย เป็นเรื่องการบริหารจัดการผลประโยชน์กันนี่แหละที่มีปัญหา แต่ถ้าถามว่าวันนั้นกองเล็กมีสิทธิ์ 100 เปอร์เซ็นอยู่แล้ว เพราะเขาส่งไปแล้ว แล้วน้องฟ้าใสก็เซ็นแล้ว ทางกฎหมายมันผูกพันเนียบร้อยแล้ว น้องเป็นผู้เข้าประกวดที่มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้เข้าประกวดทุกท่านอยู่แล้ว มันไม่เกี่ยวเลยน้องไม่เซ็นอันนี้น้องไม่ได้มงโลกมา มันคนละเรื่อง

มันก็มีกระแสว่าที่เจ้าแค่ท้อป5 เพราะมีปัญหาเรื่องไปสาย ก็เลยชวดมง?
ฟ้าใส : มันไม่ใช่แค่ท้อป5 แต่มันตั้งท้อป5 นะคะ ท้อป5 คือตั้งแต่ประกวดในประเทศไทยมามีผู้หญิงแค่ 5 คนนะคะตัวแทนประเทศไทยที่เข้าไปถึงท้อป5
พี่เอส : ปีที่แล้วเอสเป็นคนเทรนนิ้ง โศภิดา ประกวดที่ไทย นิ้งคุยกับเอสทุกวัน จะบอกว่ามีนางงามหลายคนที่สวยมากๆ เลย แล้วไม่เข้ารอบ 20 นิ้งจะบอกว่าคนนี้มีปัญหา ไม่มีมนุษยสัมพันธ์ คนนี้มาสาย คนไทยจะตกใจมาก ทำไมสวยแล้วไม่เข้า 20 ทางกองใหญ่ฟิกมาก ถ้าคุณมาสาย ไม่มีมนุษยสัมพันธ์ฉันตัดคุณออก เอสคุยกับนิ้งทุกวันตลอดการประกวด

กับเหตุการณ์ทั้งหมดมันมีผลกระทบกับจิตใจฟ้าใสและคุณแม่ยังไง?
ฟ้าใส : สำหรับหนูตอนที่กลับมาจากมิสยูนิเวิร์สมันมีหลายโมเมนต์ ที่ผ่านมาเจอกับอะไรเยอะ จนรู้สึกเหนื่อย แล้วหลังจากนั้นก็มีมาเจอเรื่องข้อตกลงอันนี้อีก ฉบับสัญญาฉบับที่3 แล้วข้อตกลงวุดท้ายอีก แล้วหลังจากนั้นมีดราม่าของดีไซน์เนอร์ มีหลากหลายกระแส หลากหลายดราม่า หลากหลายข้อมูลเท็จที่ออกไป แล้วกลายเป็นว่า ตอนนั้นผู้ใหญ่ก็โทรมา บอกว่าฟ้าใส ได้ตามข่าวไหม หนูก็บอกว่าก็ตาม แต่ตามไม่หมด เพราะมันเยอะมากหลากหลายวันมาก เขาบอกว่า หนูนิ่งเอาไว้นะ เดี๋ยวผู้ใหญ่จัดการเอง
พี่เอส : อันนี้มีคลิปเสียง น้องจะมีคลิปเสียงเก็บไว้ทุกอัน
ฟ้าใส : หนูก็เลยโอเค เชื่อใจผู้ใหญ่ เขาก็น่าจะโพรเทคน้องในระดับนึง กลายเป็นว่าเหมือนอย่างที่เห็นที่ผ่านมาถูกเข้าใจผิดมาตลอด

ทำไมต้องเก็บคลิปเสียงไว้ตลอดเวลา?
พี่เอส : พี่ได้คุยกับน้องฟ้าใสตลอด น้องรู้แล้วว่าสัญญามันมีการเปลี่ยนแปลง คุณพ่อ คุณแม่รู้แล้วว่ามาเปลี่ยนของรางวัลเขา แบบแล้วเขาจะทำยังไงว่าเขามีหลักฐานว่าเขาถูกเปลี่ยน แม้แต่คุณพ่อ คุณแม่ก็อัดเสียงไว้ ชั่วโมงครึ่ง แล้วทุกครั้งที่ฟ้าใสคุยกับผู้ใหญ่ก็จะอัดเสียงไว้เป็นหลักฐานว่าหนูไม่ได้ทำแบบนั้น จนถึงวันนี้ทนายชมเลยว่าฟ้าใสควรจะกลับไปเรียนทนาย รู้ไหมว่าฟ้าใสเก็บหลักฐานไว้ ถูกกล่าวหาอะไร ฟ้าใสมีแชทเป็น 10 มีเสียเป็น 10

แสดงว่าตั้งแต่วันที่ถูกเปลี่ยนสัญญา หนูมีเซ้นส์ตั้งแต่วันนั้นเหรอ?
ฟ้าใส : เรียกว่าถ้ามีการบริสุทธิ์ใจตั้งแต่ต้น มันจะต้องเป็นการเหมือนเดิมในทุกๆ อย่าง

รอง 4 คนที่ไปเซ็นสัญญา ในวันที่ 17 แต่ฟ้าใสไม่ได้ไป อันนี้ฟ้าใสไม่ได้ไป?
พี่เอส : จริงๆ แล้วรองทั้ง 4 คนเนี่ย ฟ้าใสทราบมาว่าไม่ได้เซ็นวันที่ 17 เพราะว่าถูกเรียกไปเซ็นวันที่ 15 มกราคม ครั้งที่แล้วพี่แถลงข่าว พี่เปิดแค่ไทม์ไลน์ของกองเนี่ยไม่มีการนัดน้อง แต่จริงๆ เรามีหลักฐานในแชทเลย เขาเนี่ยมีการเรียกไปเซ็นวันที่ 15 มกราคม
ฟ้าใส : ตอนนั้นมีการนัดรองทั้งสองกับผู้ใหญ่เข้าไปเซ็นสัญญาก่อน แต่ว่าหนูหลังจากนั้น ซึ่งตอนนั้นหนูนั่งรอเกือบๆ 2 ชั่วโมง หนูก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น กลายเป็นว่ามันมีการเปลี่ยนสัญญา แล้วรองทั้งสองที่หนูเจอวันนั้นก็ได้เซ็นสัญญาในวันที่ 15 มกรา
พี่เอส : โดยมีไลน์ที่ผู้บริหาร คู่กรณีเนี่ยไลน์มาขอบคุณที่เซ็น ว่าขอบคุณทุกคนที่มาเซ็นสัญญานะ แต่ฟ้าใสไม่ได้เซ็น
ฟ้าใส : ไม่ได้เซ็น เพราะว่ามันมีการเปลี่ยนแปลง

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com