Home » TV PROGRAM » “พงษ์ศักดิ์ สวนศรี” ควงลูกสาว “ซาย หทัยชนก” เปิดใจเป็นฟางเส้นสุดท้ายของคณะตัวเอง

“พงษ์ศักดิ์ สวนศรี” ควงลูกสาว “ซาย หทัยชนก” เปิดใจเป็นฟางเส้นสุดท้ายของคณะตัวเอง

Share

“พงษ์ศักดิ์ สวนศรี” ควงลูกสาว “ซาย หทัยชนก” เปิดใจเป็นฟางเส้นสุดท้ายของคณะตัวเอง

พงษ์ศักดิ์ สวนศรี ตำนานลิเกเงินล้านแถวหน้าของเมืองไทย ที่วันนี้ควงลูกสาวซาย หทัยชนก เผยเรื่องราวการเล่นลิเก จนส่งลูกเรียนจบปริญญาโท พร้อมเส้นทางในวงการลิเกกว่า 50 ปี ผ่านทางรายการคุยแซ่บshow ทางช่องวัน31 ที่มี หนิง ปณิตา และซินแสเป็นหนึ่ง เป็นพิธีกร พร้อมเล่าว่าเคยหมดตัวเพราะลงเล่นการเมืองมาแล้ว

เขาเรียกว่าลิเกจอแก้ว?
พงษ์ศักดิ์ : ครับก็เป็นลิเกจอแก้ว ลิเกทีวีนั่นแหละครับ

คณะแรกที่มีโอกาสได้ออกทีวีคือคณะของคุณอา?
พงษ์ศักดิ์ : ครับ ผมออกมาตั้งแต่ช่อง4 บางขุนพรหม ไล่มา ช่อง5 ช่อง7 ช่อง3 ไล่ไปจนถึงช่องวัน วันนี้ ครั้งนั้นที่โด่งดัง เพราะทีวีมันมีไม่หี่ช่อง แล้วคนมันจะชอบชมกัน โด่งดังไปทั่วประเทศไปไหนคนก็พอรู้จัก ดังจนบางทีได้ไปแสดงเมืองนอก เป็นตัวแทนรัฐบาลไปอาเซี่ยน

เห็นว่าคณะคุณอาต้องไปบนขอให้งานน้อยลง?
พงษ์ศักดิ์ : จริงครับ ตั้งแต่วัยรุ่น อายุ17ปีไม่เคยได้หยุดเลย เมื่อไหร่ฝนจะตก สาธุขอให้ฝนตกจะได้พักผ่อน ไปเที่ยว ไม่เคยได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นเลย

เป็นคณะแรกที่ทำลิเกลอยฟ้าลงทุนเป็นสิบล้านเลย?
พงษ์ศักดิ์ : ลงทุนเยอะครับ เวทีนี่ลอย ลิเกโบราณจะแสดงเวทีวัด พอเป็นลอยฟ้าเราได้มาแสดงอย่างงานหลวง เป็นคณะแรกที่มีเวทีลิเก จนปัจจุบันนี้ลิเกต้องใช้เวทีตัวเองหมดเลย

ชุดลิเกที่แพงที่สุดราคาเท่าไหร่?
พงษ์ศักดิ์ : อดีตก็ไม่เกิน 2-3 หมื่น เต็มที่เลยนะครับ ตอนนี้ก็อยู่ระดับ 2 แสนกว่าต่อชุด

คณะของคุณอาเป็นคณะแรกๆ ที่มีรถทัวร์เป็นของตัวเอง?
พงษ์ศักดิ์ : ครับ

แต่ลิเกสมัยก่อนลำบากมากๆ จนคุณอาต้องไปอาศัยข้าววัด?
พงษ์ศักดิ์ : ใช่ครับ คุณพ่อ คุณแม่ไปแสดงลิเก เราก็ไม่รู้จะกินข้าวยังไง ก็ไปอยู่วัด พอพ่อ แม่ กลับมา เราก็กลับมา

เห็นว่าบางครั้งถึงกับนอนร้องไห้ว่าทำไมชีวิตเรามันถึงลำบากขนาดนี้?
พงษ์ศักดิ์ : เคย พ่อ แม่ก็เคยลำบาก ร้องไห้จะทำยังไงกัน เมื่อก่อนลำบาก

เห็นพ่อ แม่ ลำบากจากการเป็นลิเก แล้วเพราะอะไรคุณอาถึงเลือกเดินทางนี้?
พงษ์ศักดิ์ : ผมอยากเรียน แต่เรียนไม่ได้ไม่มีเงิน ถ้าเราเรียนนี่น้องไม่ได้เรียนเลย น้องผม 4-5 คนนี่จบปริญญาตรีหมดเลย เป็นครูเป็นอะไรก็เพราะเงินลิเกโดยเฉพาะเลย เราอยากเรียนแต่เรียนไม่ได้ เพราะแม่จน  เราเสียสละสักคน น้องจะได้เรียนกัน

สมัยก่อนแม่ยกเยอะไหม?
พงษ์ศักดิ์ : เยอะครับ แล้วเราเป็นคนอ่อนโยน เราไม่ใช่คนแข็งกร้าว สมัยนี้ก็จะเรียกแฟนคลับ

เคยนับไหมว่ามาลัยต่อโชว์ได้เท่าไหร่?
พงษ์ศักดิ์ : สมัยก่อนได้เป็นแสน สมัย 20-30 ปีที่แล้ว แต่ต้องเป็นงานใหญ่ๆ

สมัยก่อนเรื่องความเจ้าชู้คุณอาไม่เบาเท่าไหร่ เห็นว่ามีแม่ยกมาติดพัน จนเราเองเกือบพลาดไปเป็นชู้กับแม่ยก?
พงษ์ศักดิ์ : ใช่ครับ ผมว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือตอนที่เรามีชื่อเสียง ทุกอย่างจะหลั่งไหลมา การพนัน ผู้หญิง ถ้าเราคุมใจไม่ได้เนี่ย ขนาดคุมได้ยังมีผิดพลาด บางทีเราไม่รู้ว่าเขามีแฟน ก็ต้องถือว่าเป็นบุญ เป็นเวรกรรมก็ว่ากันไป เราก็รับผิด


จริงไหมที่บอกว่าถ้าสมมติเราอยากได้อะไร อยากกินอะไร แค่เกริ่นไปนิดๆ คือมาเยอะมาก?
พงษ์ศักดิ์ : ใช่ครับ คือเขารัก เขาสงสารเรา

แต่คุณอาก็กลับมาหมดตัว เพราะเรื่องอะไร?
พงษ์ศักดิ์ : ไปเล่นการเมืองครับ ตอนนั้นเราอยากเปลี่ยนชีวิตมั้ง ไม่อยากอยู่แค่เวทีสี่เหลี่ยม เราไปเล่นการเมือง เป็นนายก อบจ. แล้วมาเป็นนายกเทศมนตรีอีก4ปี เราก็มุ่งไปทางนั้นก็ใช้เยอะมาก


หมดเพราะอะไร?
พงษ์ศักดิ์ : คะแนนบ้าง อะไรบ้าง ผิดบ้าง ถูกบ้าง

แปลว่าคุณอาเคยซื้อเสียง?
พงษ์ศักดิ์ : ไม่ใช่มั้งครับ ตอบแทนกัน

ตอนนี้ยังเล่นการเมืองอยู่ไหม?
พงษ์ศักดิ์ : เข็ดแล้วครับ ไม่แล้ว ก็กลับมาเป็นครอบครัว กลับมาอยู่วัด เสาร์ อาทิตย์ไปอยู่วัด 6 ปีแล้วครับ มาจากเด็กวัดก็กลับไปเป็นเด็กวัดอีกก็ดี


ก่อนซายเข้าวงการก็เล่นละครก่อน?
ซาย : เล่นภาพยนตร์ของอาโน๊ต เชิญยิ้ม นี่แหละคะ เรื่องเหลือแหล่ ตอนไปแคสอาโน๊ตก็ไม่รู้ว่าคุณพ่อลูกสาวโตแล้ว ไปแคสด้วยตัวเองแล้วก็ได้ ตอนหลังคุณพ่อเพิ่งบอกอาโน๊ต

จริงไหมที่ลูกสาวคนนี้เหมือนฟางเส้นสุดท้าย?
พงษ์ศักดิ์ : คือคณะลิเกสมัยนี้มันต้องเป็นคนรุ่นใหม่ สัยรุ่น รูปหล่อ หน้าตาดี แล้วอีกอย่างคณะเป็นคนโตซะเยอะ แล้วฟางเส้นสุดท้ายคือเป็นนักแสดงที่ชัดเจนสำหรับลิเกไทยของเรา นี่ก็คือเป็นความหวังสุดท้าย พอหมดเขา ศิลปินพงษ์ศักดิ์ สวนศรี ไม่มีแล้วครับ

ซายไม่อยากเดินเข้าวงการบันเทิงด้วยการเป็นดารา หรือนักร้องเหรอ?
ซาย : เป็นอยู่ค่ะ ล่าสุดเพิ่งเล่นละครเรื่องวาสนารัก ก็พยายามจะนำชื่อเสียงตรงนี้ นำลิเกของเราไปอยู่หน้าจอทีวีอีกครั้ง อยากให้คนไทย เด็กรุ่นใหม่ได้สัมผัสว่าลิเกมันไม่ใช่แค่แต่งหน้าเข้ม เป็นลิ้กแต่งตัวเยอะ  หรือมีความเป็นต่างจังหวัด แต่ลิเกเราอยากยกระดับด้วยตัวเราเอง เช่น อย่างซายก็ไปเรียนทั้งปริญญาตรี และปริญญาโทด้านการจัดการวัฒนธรรมที่จุฬาฯ อยากจะนำตรงนี้มาช่วยพัฒนาลิเกคณะเราและคณะอื่นๆ ด้วยให้นำพาไปด้วยกัน ให้ลิเกยังคงอยู่และไม่หายไปไหน

หวงขนาดไหน?
พงษ์ศักดิ์ : ก็ยังเป็นคนเก่าๆ อยู่หน่อย

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com