Home » MOVIE » เรื่องย่อ ภาพยนตร์ Greenland – นาทีระทึก..วันสิ้นโลก เข้าฉาย 24 กันยายน 2563

เรื่องย่อ ภาพยนตร์ Greenland – นาทีระทึก..วันสิ้นโลก เข้าฉาย 24 กันยายน 2563

Share

เรื่องย่อ ภาพยนตร์ Greenland – นาทีระทึก..วันสิ้นโลก เข้าฉาย 24 กันยายน 2563

หนังมหันตภัยเรื่องยิ่งใหญ่แห่งปี เมื่ออุกกาบาตลูกใหญ่กำลังจะชนโลก จอห์น แกริตี้ และครอบครัวได้รับเลือกให้หลบภัยในศูนย์พักพิง แต่เขาต้องพบกับความโกลาหลจนมีเหตุให้พลัดพรากจากครอบครัว จอห์นจึงทำทุกวิถีทางเพื่อตามหาภรรยาและลูกซึ่งป่วยด้วยโรคเบาหวาน ก่อนโลกจะแตกดับลงต่อหน้า

เรื่องราวการต่อสู้เพื่อครอบครัว

แม้ภาพยนตร์เรื่อง Greenland จะมีอุกกาบาตยักษ์เป็นจุดเด่นที่ทำให้เรื่องราวดำเนินไปอย่างน่าตื่นเต้น แต่แกนหลักของเรื่องก็เป็นเรื่องราวของครอบครัวที่ต้องฟันฝ่าผ่านเรื่องราวสุดโหดร้ายต่อทั้งร่างกายและจิตใจในที่ที่พวกเขาไม่คิดว่าจะเป็นทางออกเดียวของชีวิต แม้ว่าโลกทั้งใบอาจจะกำลังจบสิ้นลง ตัวละคร จอห์น แกริตี้ ก็ยังไม่สิ้นหวังที่จะดูแลครอบครัวของเขาให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์สุดน่ากลัวนี้ไปได้ ด้วยการผสมกันระหว่างเรื่องราว ดราม่าครอบครัว และความน่าตื่นตาของภัยธรรมชาติสุดระทึกทำให้ผลลัพธ์ออกมาน่าทึ่ง ลุ้นได้ตลอดเรื่อง เรื่องราวการผจญภัยของครอบครัวแกริตี้ทำให้เรื่องราวสุดน่าทึ่งดูสมจริงและคนดูต้องอินไปด้วยแน่นอน

‘ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องจากมุมมองคนในเหตุการณ์’ นักแสดงนำอย่าง เจอราด ผู้สร้างชื่อจากบท ไมค์ แบนนิ่ง สายลับจากภาพยนตร์ชื่อดังที่มีภาพต่อรวมสามเรื่องอย่าง Olympus Has Fallen และได้กลายมาเป็นนักแสดงที่ทุกคนต้องการตัว “คนดูจะได้รู้สึกผูกพันกับครอบครัวนี้ เพราะบทเล่าตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง และเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นครอบครัว โอกาส และมนุษยชาติ .. ทุกสิ่งที่ชีวิตหนึ่งจะต้องเข้าใจ ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งและทรงพลังมากนะ บททำออกมาได้ดีมาก”

“นี่ไม่ใช่หนังแอคชั่นจืดๆ ที่ดาวหางจะแค่พุ่งใส่หน้าคุณนะ!” เขาเล่าเสริมพลางหัวเราะไปด้วย  “ทุกคนในเรื่องนี้คือฮีโร่ ผมชอบความซับซ้อนในการเล่า เพราะมันไม่ใช่แค่หนังที่สร้างแค่ความตื่นเต้น แต่มันเล่าเรื่องราวสมจริง และความวุ่นวายของชีวิตครอบครัว หนังเน้นในเรื่องที่เรามองไม่เห็น เช่น ความท้าทายทางศีลธรรม รวมทั้งความน่ากลัวของสิ่งที่คุณเห็นตรงหน้าด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้ผู้ชมต้องทึ่งไปตลอดเรื่อง – และทำให้ทุกคนต้องตกใจจนแทบตกเก้าอี้! GREENLAND คือการเดินทางสุดมัน”

เมื่อโมเรนาต้องรับบทภรรยาบนจอของเจอราด เธอเล่าว่า “ฉันนึกว่ามันจะเป็นแอ็คชั่นทั่วไป  แต่มันกลับกลายเป็นเรื่องเกี่ยวกับคู่รักที่ต้องแก้ปัญหาชีวิตสมรส ตัวละครอัลลิสันของฉัน ทำหน้าที่ในการกู้ชีวิตครอบครัวกลับมาเช่นเดียวกับสามีของเธอ และต้องหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์สุดน่ากลัวที่พวกเขาหลบเลี่ยงไม่ได้”

“เรื่องราวของจอห์น แกริตี้เป็นเรื่องราวของการไถ่บาป” บัตเลอร์แทรก “เขารู้สึกผิดกับสิ่งที่เขาทำในอดีต การไถ่บาปของเขาเห็นได้จากความพยายามทำดีในช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้ อัลลิสันภรรยาของเขามองเห็นสิ่งที่สามีของทำ และสิ่งที่เขาต้องเผชิญ ไม่ใช่แค่เอาชีวิตตัวเองรอด แต่มันคือความอยู่รอดของครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องที่วุ่นวายและสมจริง ทำให้ทุกคนกดดัน และหวาดกลัวไปด้วย การเสียสละนี่เองคือการไถ่บาปของเขา”

สิ่งที่ทำให้เขาและครอบครัวได้รับสิทธิพิเศษ เป็นเพราะอาชีพของจอห์นคือวิศวกรโครงสร้าง ซึ่งสิทธิในการหลบภัยมาพร้อมคำสั่งให้เดินทางไปยังฐานทัพใกล้เคียงซึ่งจะมีเครื่องบินบรรทุกสินค้าขนาดยักษ์รออยู่ และทุกคนที่ได้รับเลือกจะถูกนำไปยังสถานที่ลับสุดยอด ซึ่งจะปลอดภัยจากการพุ่งชนของดาวหางขนาดยักษ์ แต่ความทุ่มเทเพื่อครอบครัวกลับเป็นสิ่งที่อธิบายความเป็นจอห์นได้ดีกว่าอาชีพของเขา “จอห์นเขามีความสามารถเกินคนทั่วไป แต่ไม่มีใครเก่งเท่าตัวละครผมในเรื่อง Olympus Has Fallen หรอกนะ” บัตเลอร์อธิบาย “เขาเป็นวิศวกร และรัฐบาลมีแผนจะสร้างโลกขึ้นมาใหม่หลังโดนทำลาย แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะมีกี่คนที่จะรอดจากการทำลายล้างของดาวหางครั้งนี้ได้ – มันไม่ใครหนีพ้นหรอก”

‘ดาวหางมันไม่สนใจหรอกว่าคุณมีความสำคัญยังไง มันพุ่งเข้ามาทำลายล้างอย่างเท่าเทียม’ พระเอกของเราเล่าติดตลก แต่จอห์นก็ไม่ได้ต่อสู้อย่างลำพัง เขามีภรรยาที่กำลังจะได้ค้นพบพลังและความแข็งแกร่งของตัวเองในการต่อสู้เอาตัวรอดครั้งนี้เช่นกัน และคนที่จะมารับบทนี้ ผู้กำกับ ริก โรมัน วาฟ และเจอราร์ดเห็นตรงกันว่าจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก โมเรนา แบคคาริน ผู้สร้างชื่อจากเรื่อง Deadpool

‘ผมชอบที่เธอมักทำให้ตัวละครดูเป็นคนจริงๆ เมื่อเราลองให้เธอต่อบทกับเจอราด ผมก็ตัดสินใจได้เลย เพราะพวกเขาเข้ากันเหลือเกิน เธอช่วยทำให้คนดูต้องสนใจ เห็นใจ และเอาใจช่วยครอบครัวนี้ให้รอดชีวิต’ ผู้กำกับ ริก เล่า

เจอราดเสริม ‘ผมก็ตื่นเต้นมากที่โมเรนาจะมาร่วมงานกับเรา เพราะเธอเป็นนักแสดงที่ทุกคนต้องทึ่ง และบทนี้มันมีความเข้นข้นที่ทำให้หนังน่าติดตามขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่เธอต้องพลักพรากกับลูกชายในเรื่อง’

สมาชิกคนที่สามของครอบครัวคือ นาธาน ผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นบทที่สำคัญเพราะเป็นศูนย์กลางของหนังทั้งเรื่อง ริกเล่าถึงการคัดเลือก ‘ผมมักมองหานักแสดงเด็กที่มีความสามารถพอให้คุณปั้นได้ และโรเจอร์คือนักแสดงที่สื่ออารมณ์ได้อย่างน่าทึ่ง ผมว่าเขาเป็นสมาชิกครอบครัวแกริตี้ที่ดี เมื่อเขาเข้าฉากกับโมเรนามันน่าทึ่งมาก’

ผู้คุมบังเหียน

เจอราดติดตามผลงานของผู้กำกับริก มานาน ‘พอคุณได้ทำงานกับริก คุณจะไม่อยากทำงานกับผู้กำกับคนอื่นอีกเลย’ ‘ครั้งแรกที่ผมสร้างภาพยนตร์เรื่อง Law Abiding Citizen ผมได้พูดคุยกับริก แม้เราจะไม่ได้ร่วมงานกัน แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นเพื่อน และนั่นมัน 12 ปีมาแล้ว’

ทั้งสองได้ร่วมงานกันครั้งแรกในเรื่อง Angel Has Fallen ภาคต่อที่เจอราดชื่นชมว่าริกได้สร้างความสดใหม่ให้กับหนัง ‘เขาทำงานหนัก และใส่ใจกับงานมาก เขามีวิธีการถ่ายทำที่เริ่มจากอะไรใกล้ตัว และทำให้เราต้องทึ่งไปเรื่อยๆ และในภาพยนตร์ที่ต้องลุยไปกับตัวละครเหล่านี้ ผมว่าริกคือตัวเลือกที่ผมมั่นใจ’

โมเรนาให้เครดิตริกในการช่วยเธอแสดงอารมณ์ของตัวละคร ‘ในฉากอารมณ์สำคัญของเรื่อง เขาบอกฉันว่าต้องสร้างอารมณ์ให้ถึงจุด เขาช่วยอธิบายและทำให้ฉันผ่านฉากนั้นไปได้ เราซ้อมกันเยอะมาก และฉันชอบวิธีการกำกับแบบเขามาก เพราะมันทำให้ตัวละครดูสมจริง ผู้ชมจะรับรู้ได้เลยว่าตัวละครกำลังฟันฝ่าวิกฤติที่หนักมากอยู่ ริกไม่ใช่แค่เก่งเรื่องฉากแอคชั่น แต่ฉากอารมณ์ก็แม่นมากด้วย’

สัตว์ประหลาดในคราบอุกกาบาต

ภาพยนตร์ระทึกขวัญทุกเรื่องต้องมีตัวร้ายที่น่ากลัวซึ่งอาจอยู่ในรูปของสัตว์ประหลาด สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ หรือพลังแห่งธรรมชาติ ไม่ว่าจะเรื่องไหนมันมักจะมีขนาดมหึมา – แต่ไม่มีอะไรจะน่ากลัวไปกว่าดาวหางขนาดยักษ์ชื่อ “คลาร์ก” ซึ่งกำลังพุ่งเข้าหาโลก

ริกต้องการให้สัตว์ประหลาดของเขาสามารถโจมตีได้ตลอดเวลา และด้วยพลังที่ไม่อาจจินตนาการได้ “ เราออกแบบดาวหางเพื่อให้ชิ้นส่วนของมันโจมตีได้ในทุกขณะ” เขาอธิบาย “ เรากำลังจะทำให้ครอบครัวนี้อะดรีนาลีนพุ่งพล่านจากการต่อสู้และเอาตัวรอดจากสัตว์ประหลาดที่ไม่สามารถหยุดยั้งตัวนี้”

ริกยังเล่าว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีสัตว์ประหลาดอีกตัว แต่คุณมองไม่เห็นมันชัดหรอก “ ใน GREENLAND เราให้ตัวละครอยู่ในแถบสีเทาทางศีลธรรม และบททดสอบทางสังคม เรากำลังเห็นคนดีที่สิ้นหวังที่จะมีชีวิตรอด และความสิ้นหวังทำให้พวกเขาต้องทำสิ่งที่เลวร้าย”

ในการสร้างสัตว์ประหลาดของพวกเขาทีมผู้สร้างได้ศึกษาวิทยาศาสตร์ของดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง และอุกกาบาต “ส่วนที่สนุกในการสร้างภาพยนตร์คือคุณต้องการให้มันออกมาสมจริงมากที่สุด”

ริกกล่าวต่อ “ดังนั้นเราจึงทำการวิจัยมากมายและดูวิทยาศาสตร์ว่าดาวหางเดินทางได้เร็วแค่ไหนและพวกมันจะพุ่งออกมาจากระบบสุริยะอื่น และเข้ามาอยู่ในเรดาร์ของเราภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงได้อย่างไร ดาวเคราะห์น้อย ดาวหางและอุกกาบาตจะสามารถแยกตัวออกจากกันได้ในช่วงระยะเวลาหลายล้านปี เพราะมันอาจจะชนกันเอง หรือชนเข้ากับสิ่งอื่น ๆ ทำให้อวกาศมีดาวหางเป็นล้านๆ สิ่งนี้ทำให้เรามีสัตว์ประหลาดที่สามารถโจมตีได้ตลอดเวลา และเราลองคิดต่อว่า ถ้ามันเป็นแบบนี้ล่ะ ซึ่งทำให้เกิดความสนุกบนจอภาพยนตร์

นอกเหนือจากงานวิจัยวิทยาศาสตร์แล้ว ทีมผู้สร้างยังสำรวจความเป็นคนเมื่อเจอกับภัยพิบัติ “ผมชอบดูสารคดีพวกท้องฟ้า ดาวเคราะห์ ดาวหาง และดาวเคราะห์น้อย” บัตเลอร์กล่าว “แต่ผมก็บอกให้ริกดูสารคดีสองสามเรื่องเกี่ยวกับการพุ่งชนของดาวหาง และสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับคนที่ต้องเจอเหตุการณ์แบบนั้น และการปล้นที่มักมาพร้อมกับภัยพิบัติ ผู้คนที่เจอเหตุการณ์ที่รุนแรงจะทำตัวยังไง และใครจะเริ่มก่อน”

ที่หลบภัย

ที่ตั้งของบังเกอร์ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นบ้านหลังสุดท้ายที่ดีที่สุดสำหรับการหลบภัยจากดาวหางที่ใกล้เข้ามาคือบังเกอร์ทหารในยุคสงครามเย็นซึ่งตั้งอยู่นอกฐานทัพอากาศทูเลในกรีนแลนด์ ทีมงานได้สร้างฉากนั้นขึ้นมาในแอตแลนตา จอร์เจีย

ที่หลบภัยที่เรากล่าถึง มีประวัติมายาวนาน “เราค้นพบว่า ที่หลบภัยที่กรีนแลนด์ถูกปิดบังจากประชาชน มาหลายสิบปีแล้ว นับตั้งแต่สงครามเย็น” ริกกล่าว “ น้ำแข็งที่ละลายจากภาวะโลกร้อนทำให้เราได้รู้เรื่องที่หลบภัยเหล่านี้”

แม้ว่าจะมี ที่หลบภัย จำนวนมากในสหรัฐฯ แต่ริกก็ต้องการอันที่ตั้งอยู่ในกรีนแลนด์ เขาอธิบายว่า “ประเทศส่วนใหญ่มีหลุมหลบภัยใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่หลบภัยจากนิวเคลียร์ ตั้งแต่ในช่วงสงครามเย็น เราจำลองบังเกอร์ของเราหลังหนึ่ง ที่ฐานทัพอากาศทูเล พวกเขาสร้างขึ้นเพื่อนำพลเมืองสหรัฐฯไปหลบภัยในกรณีที่เกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้น”

เห็นได้ชัดว่าแม้แต่บังเกอร์ที่ซับซ้อนที่สุดก็ยังมีพื้นที่ิืจำกัด ดังนั้นใครจะถูกเลือกบ้าง? สังเกตว่าในโลกหลังเกิดเหตุการณ์ 9/11 เรามีข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลหลายล้านคน ริกเล่าเงื่อนไขการเลือกคนไปหลุมหลบภัย “มันไม่ใช่เรื่องเงิน แต่มันคือเรื่องความสามารถ ใครกันที่จะสามารถสร้างโลกขึ้นมาใหม่ได้? แพทย์? คนงานก่อสร้าง? ตำรวจ?”

บัตเลอร์สนใจมากกว่าสถานที่ตั้งของที่หลบภัย “สำหรับผมแล้ว กรีนแลนด์เป็นสัญลักษณ์ – มีความสดชื่น ความหวัง และมันยังไม่เคยถูกรุกราน การเล่าเรื่องการเกิดใหม่ ในภาพยนตร์เหมาะกับประเด็นนี้มาก”

เคลย์ กริฟฟิธ ผู้ออกแบบฉาก เล่าว่า “เราโชคดีมากที่พบสถานที่ถ่ายทำนี้เข้า เพราะทางเข้าด้านนอกและอุโมงค์ภายในเหมาะกับภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างสมบูรณ์แบบ หลุมหลบภัยที่สร้างขึ้นเองทำให้ทีมสามารถงานออกแบบฉากแบบยุคหลังสงครามเย็นได้ ผมชอบที่ผมจะสามารถผสมผสาน ยุค 50 เข้ากับโครงเรื่องที่ร่วมสมัยได้เสมอ มันดูเป็นสถานที่หลักโลกแตกที่สมบูรณ์”

ฉากกรีนแลนด์ซึ่งมีเครื่องบินบรรทุกการิตีและผู้โดยสารคนอื่นๆ ตก อยู่ในฉากสุดท้าย เป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับแผนกออกแบบศิลป์ เคลย์กล่าวต่อ “เราออกแบบและสร้างชิ้นส่วนของธารน้ำแข็งขนาดกว้าง 80 ฟุต ที่ทีมแกะสลักจากโฟม เราสร้างแยกเป็นส่วนๆ เพื่อให้สามารถรื้อถอนและขนย้ายง่าย ผลงานในฉากนี้เป็นผลงานจากศิลปินวาดภาพ และช่างไม้จากทีมเทคนิคพิเศษ กรีนแมนทำให้ฉากกำแพงน้ำแข็งออกมาน่าทึ่งมากด้วยวิชวลเอฟเฟกต์เพิ่มนิดหน่อย คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าอุณหภูมิขณะถ่ายทำในสนามบินส่วนตัวรัฐจอร์เจียนั้นมันร้อนแค่ไหน”

สำหรับฉากฐานทัพ เราเลือกฐานทัพอากาศโรบิน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองมาคอน รัฐจอร์เจียทำหน้าที่เป็นสถานที่ตั้งของฉากที่ครอบครัวแกริตี้และผู้ได้รับเลือกอีกหลายพันคนต้องมาขึ้นเครื่องบินขนส่งทางทหารไปยังกรีนแลนด์ “ผมในฐานะนักออกแบบคิดว่าเป็นโลเคชั่นที่ดีมาก” เคลย์ กริฟฟิธ กล่าว “มันมีองค์ประกอบทั้งหมดที่เราต้องการสำหรับการเล่าเรื่อง”

นอกเหนือจากสถานที่จริงแล้ว กองทัพอากาศยังจัดหาเครื่องบินขนส่งทางทหารขนาดใหญ่ของจริง เช่น C-17, C-5A และ C-130 เจอราดเล่าว่า“ ผมว่ามันดีมากที่เราได้ถ่ายทำกับของจริง ที่ฐานทัพอากาศเราอยู่รอบๆ เครื่องบิน C-130 ที่มีเครื่องบินพิเศษหลายร้อยลำและทหารก็ยังส่งพลทหารตัวจริงมาเข้าฉากด้วย ผลที่ออกมามันเหลือเชื่อมาก”

“ไม่บ่อยนักที่คุณจะได้ ‘ของเล่น’ ระดับนี้ เมื่อคุณได้รับอนุญาตถ่ายทำในฐานทัพสหรัฐฯ” กริฟฟิธ เล่าต่อ “กองทัพอากาศสหรัฐฯ ชอบการเล่าเรื่องของเรา เพราะมีภาพยนตร์ไม่กี่เรื่องหรอกที่เล่าเกี่ยวกับวิธีที่กองทัพจัดการหากเกิดภัยพิบัติในแบบที่คำนึงถึงมนุษยธรรม และเรากำลังจะนำมันไปเผยแพร่ทั่วโลก ซึ่งจะทำให้คนดูเข้าใจความร้ายแรงของสถานการณ์ได้ดี และรวมถึงแสดงให้เห็นความไม่เห็นแก่ตัวของเจ้าหน้าที่ทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ และความเสียสละที่พวกเขาแสดงให้เห็นด้วย”

GREENLAND คือภาพยนตร์ที่ร่วมฉลองฮีโร่ในหลายรูปแบบ ทั้งคนที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อช่วยชีวิตคนที่พวกเขารัก หรือคนที่ต้องเสียสละตัวเองเพื่อสังคมทุกๆ วัน เจอราด สรุปว่า “ฮีโร่ตัวจริงคือคนที่ลุกขึ้นสู้กับความยากลำบากในทุกๆ วันไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานทางการแพทย์ในโรงพยาบาล หรือคนขับรถพยาบาล ในหนังของเรา เราเล่าเรื่องคนเหล่านี้ที่พยายามช่วยเหลือคนอื่น ทั้งๆ ที่พวกเขารู้ดีว่ามันจะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้ว มีฉากหนึ่งที่อัลลิสันโกรธทหารคนหนึ่งมาก เพราะเขาบอกอัลลิสันว่าครอบครัวของเธอจะไม่รอดหรอก

แต่ที่นั่นเขาก็ยังทำทุกอย่างให้ครอบครัวของ อัลลิสัน ปลอดภัยจนได้”

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com