Home » MOVIE » Jumanji อัดแน่นไปด้วย 11 ตัวละคร ทีมเดิมเฮครบเซ็ทเพิ่มหน้าใหม่ร่วมเขย่าต่อมฮา กันตลอดทั้งเรื่อง พวกอวาทาร์กลับมาสู่เกมแล้ว

Jumanji อัดแน่นไปด้วย 11 ตัวละคร ทีมเดิมเฮครบเซ็ทเพิ่มหน้าใหม่ร่วมเขย่าต่อมฮา กันตลอดทั้งเรื่อง พวกอวาทาร์กลับมาสู่เกมแล้ว

Share

Jumanji อัดแน่นไปด้วย 11 ตัวละคร ทีมเดิมเฮครบเซ็ทเพิ่มหน้าใหม่ร่วมเขย่าต่อมฮา กันตลอดทั้งเรื่อง พวกอวาทาร์กลับมาสู่เกมแล้ว

กลุ่มอวาทาร์ในเกมกลับมาแล้วทุกคน  ด้วยความที่เกมถูกทุบทำลายไปในตอนจบของภาคแรก มันก็เลยทำงานไม่ค่อยเป็นปกตินัก ซึ่งหมายความว่าอะไรๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น  มันก็ยุ่งละซิงานนี้ ???????   ผู้ที่กลับมาอีกครั้งคือสี่ตัวละครหลักจากภาคที่แล้ว สเปนเซอร์, เบธานีย์, ฟริดจ์และมาร์ธา ผู้ซึ่งตอนนี้เรียนมหาวิทยาลัยแล้วและได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในแบรนท์ฟอร์ดในช่วงวันหยุดปีใหม่ ไม่นานนักเราก็ได้ค้นพบว่าทุกคนรับมือกับช่วงเวลาใหม่ในชีวิตแตกต่างกันไป บางคนก็ไปได้สวยบางคนก็ลำบากกว่าในการปรับตัวให้เข้ากับชีวิตหลังจากเอาชนะเกมมาได้

                สเปนเซอร์และมาร์ธาได้ทดลองมีความสัมพันธ์ระยะไกลที่แสนคลาสสิก แต่ตอนนี้ พวกเขาอยู่ในสถานะที่น่าอึดอัด เพราะมาร์ธากำลังยอมรับความมั่นใจในตัวเองที่เธอได้ค้นพบมาในภาคที่แล้ว ซึ่งมันทำให้สเปนเซอร์ผลักเธอออกไปห่างๆ และหลีกเลี่ยงเธอ ก่อให้เกิดความห่างเหินระหว่างทั้งคู่   สเปนเซอร์เจอกับช่วงเวลายากลำบากใน  นิวยอร์ก ซิตี้ สถานการณ์เป็นไปอย่างไม่ราบรื่นนักสำหรับเขาที่โรงเรียน เขาไม่ได้มีความสุข และเขาก็ไม่มั่นใจสถานะความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมาร์ธาด้วย สเปนเซอร์กลับบ้านและได้พบว่า ตอนนี้ปู่ของเขาอาศัยอยู่กับแม่ของเขาในบ้านของพวกเขาระหว่างที่เขาพักฟื้น จริงๆ แล้ว คุณปู่เอ็ดดี้ (แดนนี เดอวีโต้) ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในห้องเก่าของเขา ทำให้พวกเขากลายเป็นรูมเมทที่ใกล้ชิดกันมากๆ

                เบธานีย์ได้พัฒนาตัวเองจากการเป็นเด็กสาวป็อปปูลาร์ ผู้สนใจแต่เรื่องของตัวเอง เธอได้ดึงเอาความไม่เห็นแก่ตัวของตัวเองออกมา และเธอก็เดินทางไปทั่วโลก เพื่อช่วยเหลือผู้คน และพบความสุขใจจากการได้ช่วยเหลือคนอื่น เธอได้สัมผัสกับโลกจากมุมมองใหม่และมันก็หล่อหลอมแนวทางที่เธอมองชีวิตในปัจจุบันนี้ด้วย  ฟริดจ์ได้เปลี่ยนจากการเป็นขาใหญ่สมัยไฮสคูล กลายเป็นขาใหญ่ในสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัย การทำตัวให้เคยชินกับสถานที่ใหม่ ทีมใหม่และโลกใหม่ เป็นความท้าทายอย่างแน่นอน แต่การปรับตัวให้เข้ากับโลกใบใหม่ก็เป็นสิ่งที่ฟริดจ์เคยเผชิญมาก่อนอยู่แล้วนี่นา

ดร.สโมลเดอร์ เบรฟสโตน

               ดร.สโมลเดอร์ เบรฟสโตน (ดเวย์น จอห์นสัน) นักผจญภัยควบนักโบราณคดีผู้กล้าหาญ ฮีโรนักบู๊กล้ามใหญ่กลับมาสู่เกมอีกครั้ง พร้อมด้วยลิสต์จุดแข็งของเขา ที่มีทั้งความกล้าหาญ ความชำนาญในการปีนป่าย ความเร็ว การใช้บูมเมอแรง และความจริงจังหนักแน่นที่เป็นเครื่องหมายการค้าของเขา อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ เขารับหน้าที่เป็นอวาทาร์ของเอ็ดดี้ (แดนนี เดอวีโต้) คุณปู่ของสเปนเซอร์ ในภาคก่อน เขาต้องแสดงบทวัยรุ่นขี้วิตก และตอนนี้ เขาก็ได้เล่นเป็นคนที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ความย้อนแย้งในความสามารถสุดพิเศษของเบรฟสโตนและร่างของดเวย์น จอห์นสันที่ถูกอาศัยโดยชายชราขี้โมโหที่กำลังฟื้นตัวจากการผ่าตัดสะโกส่งผลให้เกิดช่วงเวลาน่าขบขันมากมาย สิ่งที่สร้างเสียงหัวเราะได้เป็นพิเศษคือการที่ได้เห็นเบรฟสโตนเป็นตัวละครของผู้ชายน่าหงุดหงิดจากแอสเบรี ปาร์ค รัฐนิวเจอร์ซีย์

               “การถ่ายทอดตัวตนและลักษณะเล็กๆ น้อยๆ ของแดนนี เดอวีโต้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในฐานะนักแสดง ผมมีโอกาสได้ศึกษาเขา ได้ย้อนกลับไปดูหนังและซีรีส์เก่าๆ ของเขาหลายเรื่อง ย้อนกลับไปถึงเรื่อง Taxi ผลงานของเขาวิเศษเหลือเกินครับ มันมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขา ผมได้ใช้เวลาคลุกคลีกับแดนนีและแสดงเป็นเขาอย่างดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ และเขาก็เอื้อเฟื้อมากๆ ผมรู้สึกเยี่ยมมากๆ ที่ได้มาเป็นแดนนี เดอวีโต้ครับ  ดเวย์น จอห์นสัน กล่าว

ดร.เชลดอน “เชลลี” โอเบรอน

               แจ็ค แบล็ค กลับมารับบทตัวตลกคลายเครียดอีกครั้งในบท ดร.เชลดอน “เชลลี” โอเบรอน “อัจฉริยะตุ๊ต๊ะ” ผู้ซึ่งจุดแข็งของเขาอยู่ที่การเขียนแผนที่ โบราณคดีและบรรพชีวินวิทยา แม้ว่าจุดอ่อนของเขา ทั้งการขาดความอึด และความรู้สึกแขยงความร้อน แสงอาทิตย์และทราย ทำให้เกิดเสียงหัวเราะมากมาย โดยเฉพาะในซีเควนซ์ทะเลทราย แต่จุดแข็งที่เพิ่งได้มาใหม่ของเขาอย่างเรื่องเรขาคณิตก็กลายเป็นสิ่งที่สำคัญต่อสมการในช่วงเวลาสำคัญ

                ในภาคก่อนเขาเป็นอวาทาร์ของเบธานีย์ ซึ่งทำให้เกิดความตลกขำขันเมื่อราชินีสาวผู้กังวลในเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเองพบว่าตัวเองต้องมาใช้ร่างของ “ชายอ้วนวัยกลางคน” ตามที่เธอพูดถึง ในครั้งนี้ ดร.โอเบรอนเป็นอวาทาร์ของฟริดจ์ ซึ่งช่วยสร้างเสียงหัวเราะใหม่ๆ เมื่อนักกีฬาร่างยักษ์ต้องมาอยู่ในร่างของคนที่มีขีดจำกัดทางร่างกายมากกว่าที่เขาคุ้นเคย ความหงุดหงิดของฟริดจ์ที่ต้องใช้อวาทาร์โอเบรอนและการระเบิดอารมณ์บ่อยๆ ของเขาทำให้เกิดเสียงหัวเราะท้องคัดท้องแข็งเมื่อแบล็คได้ปล่อยมุขแบบไม่ยั้ง ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบไหนหรือคนที่ใช้ร่างของเขาจะเป็นคนไหนก็ตาม

                แบล็คตื่นเต้นที่ได้กลับมาเล่นเกมนี้อีกครั้งหนึ่ง “ผมตื่นเต้นที่ได้แก๊งนี้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง รู้มั้ยมันเป็นเรื่องของเคมีครับ นั่นเป็นหนึ่งในส่วนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหนังเรื่องนี้และเจคก็มีสายตาเฉียบคมในเรื่องเคมี เขารู้วิธีที่จะดึงเราทุกคนมารวมตัวกันและเพิ่มคนนั้นคนนี้เข้าไปในส่วนผสม ซึ่งให้ตายเหอะ มันสนุกจริงๆ เมื่อได้เคมีที่เข้ากันแล้ว คุณก็จะรู้สึกถึงมันได้ และผมก็รู้สึกถึงมันได้จริงๆ ในกองถ่าย ผมมองไปรอบๆ และคิดว่า ให้ตายเหอะ เราเป็นทีมเดียวกัน เราชนะแน่!’ น่ะครับ” แบล็คกล่าว

                 “อย่างที่คุณรู้แหละครับว่าเกม Jumanji ไม่ใช่แค่เพื่อความบันเทิง มันจะมีการเติบโตบางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นเพราะในหลายๆ แง่มุมแล้ว การเดินทางของ Jumanji ก็คือการเดินทางของชีวิต และผมคิดว่าพวกตัวละครก็ยังจะต้องเติบโตขึ้นอีกมาก” ตามความคิดของแบล็ค การได้กลับไปในเกมไม่ได้หมายความว่าตัวละครจะแค่เล่นสนุกเท่านั้น เขาอธิบายในเชิงปรัชญานิดๆ ซึ่งก็เข้ากับลักษณะนิสัยของดร.โอเบรอน ที่มักจะแสดงหลักวิชาการดีๆ ออกมาเสมอ

รูบี้ ราวน์เฮาส์อีกครั้งหนึ่งแล้วที่ รูบี้ ราวน์เฮาส์ (คาเรน กิลเลน) สาวทรงสะบึม ปรมาจารย์ด้านการต่อสู้ เป็นอวาทาร์ของมาร์ธา จุดแข็งที่มีอยู่ของเธอรวมถึงคาราเต้, ไท้เก็กและอาคิโด รวมถึงฝีมือการเต้นที่น่าประทับใจของเธอ ในครั้งนี้ เธอได้เพิ่มการใช้กระบองสองท่อนเข้าไปในจุดแข็งของตัวเองด้วย แต่เธอก็ยังคงมีจุดอ่อนเดียวเหมือนเดิม นั่นคือสัตว์มีพิษ

                “สาวนักพิฆาตหนุ่ม” ผู้คล่องแคล่วคนนี้พบว่าตัวเองได้รับบทที่สำคัญมากขึ้นในกลุ่มของอวาทาร์ที่มีการสลับคู่กัน ในภาคก่อน รูบี้ช่วยให้มาร์ธาค้นพบพลังและความเข้มแข็งภายในตัวเอง “มาร์ธาเปลี่ยนแปลงไปมากนับตั้งแต่ภาคที่แล้ว เธอฉลาดอย่างเหลือเชื่อ แต่ยังคงรักการอ่านหนังสือ เป็นคนเงียบๆ และเข้าสังคมไม่เก่ง ตอนนี้ เธออยู่ในร่างอวาทาร์ที่เธอรู้วิธีใช้ และภายในเวลาอันรวดเร็ว เธอก็ตระหนักได้ว่าเธอเป็นคนที่มีความสามารถมากกว่าใครๆ และเธอก็กลายเป็นหัวหน้าแก๊ง ที่ช่วยพวกเขาตะลุยเกมค่ะ” กิลเลนอธิบาย

                การสวมรองเท้าบู๊ของรูบี้อีกครั้งบีบให้มาร์ธาต้องก้าวพ้นจากขอบเขตที่เธอสบายใจมากขึ้นไปอีก“มาร์ธาเปลี่ยน ไป เธอไปเรียนมหาวิทยาลัย เธอมีกลุ่มเพื่อนเจ๋งๆกลุ่มใหม่ มีทรงผมใหม่ เจาะจมูก และเธอก็มีชื่อเล่นใหม่ เธอก็เลยเหมือนกลายเป็นอีกคนที่เธอยังไม่รู้สึกคุ้นเคยกับมันดีนัก เธอก็เลยรู้สึกเหมือนเป็นคนหลอกลวงหน่อยๆ เหมือนกับเธอกำลังรับบทคนอื่น เป็นเด็กมหามหาวิทยาลัยเจ๋งๆ คนนี้น่ะค่ะ” กิลเลนกล่าว “ตอนที่เธอก้าวกลับเข้าไปในเกม เธอก็พัฒนาขึ้นจากภาคที่แล้ว แต่การเดินทางของเธอเป็นเรื่องของการหาทางกลับไปสู่ตัวเธอเอง ตัวตนที่เธอเป็นจริงๆ และฉันคิดว่านั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เกมให้เธอใช้อวาทาร์ตัวเดิม เพื่อเตือนให้เธอนึกได้ว่าตัวเองเป็นใครน่ะค่ะ”

                มาร์ธาเป็นคนแรกที่อาสากลับเข้าไปในเกมเพื่อช่วยสเปนเซอร์ ตามที่กิลเลนอธิบายไว้ว่า “มาร์ธาและสเปนเซอร์มีเรื่องที่ยังไม่ได้สะสางกันเยอะค่ะ พวกเขาไปเรียนมหาวิทยาลัย ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ต้องแยกจากกัน และพวกเขาก็อยู่ในสถานะถอยห่างจากกันในตอนที่พวกเขากลับเข้าไปในเกมครั้งแรก ทั้งคู่อยากจะรื้อฟื้นความ สัมพันธ์กันจริงๆ แต่ไม่มีใครรู้ว่าใครจะเป็นคนเริ่มต้นก่อน และไม่รู้ว่าอีกคนจะต้องการแบบนั้นรึเปล่า”

               “คาเรนที่รับบทมาร์ธา/รูบี้กลายเป็นแกนหลักของหนังเรื่องนี้ ในแบบที่ผมคิดว่าคนคงไม่คาดคิด เมื่อสเปนเซอร์หายตัวไป ก็เลยกลายเป็นหน้าที่ของมาร์ธาที่จะเป็นผู้นำทีมในการดำเนินเรื่องส่วนใหญ่ และเธอก็ก้าวสู่บทบาทนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม ผมรักในสิ่งที่เธอทำในหนังเรื่องนี้มาก”  มือเขียนบทร่วมและผู้กำกับ เจค คัสแดน กล่าว

               “ฉันคิดว่าโดยส่วนใหญ่แล้วหนังเรื่องนี้เป็นการเติมเต็มความฝันสำหรับทุกคนที่ดูค่ะฉันคิดว่าเราทุกคนต่างก็เคยมีประสบการณ์การอยากจะเป็นคนอื่นและการได้รู้ว่ามันให้ความรู้สึกยังไง ฉันคิดว่าการอยู่ในร่างของคนอื่นจะทำให้คุณค้นพบอะไรๆ เกี่ยวกับตัวเอง นอกจากนั้น คุณยังได้รับสิทธิในการทำสิ่งเพี้ยนๆ สุดโต่งทั้งหลายที่คุณมักจะไม่ทำตามปกติ ฉันตื่นเต้นมากๆ ที่ผู้ชมจะได้เห็นนักแสดงทั้งหมดนี้รับบทตัวละครที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ฉันชอบมาร์ธามากและการได้รับบทเด็กสาวผู้รู้สึกอึดอัดก็เป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติมากๆ สำหรับฉันค่ะ”   กิลเลนกล่าว “

เมาส์ ฟินบาร์

               เมาส์ ฟินบาร์ (เควิน ฮาร์ท) นักสัตววิทยาและผู้เชี่ยวชาญอาวุธร่างจิ๋ว กลับมาอีกครั้งพร้อมกับผ้าคาดหัวสีแดงและเป้สะพายหลังใบโตที่เต็มไปด้วยอาวุธ อันเป็นเครื่องหมายการค้าของเขา ในเกมเลเวลนี้ ทักษะใหม่ในการใช้ภาษาของเขากลายเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยพวกเขาให้ฝ่าฟันอุปสรรคร้ายแรงบางประการไปได้ จุดอ่อนของฟินบาร์รวมถึงความเชื่องช้า พละกำลังที่อ่อนด้อยและความชื่นชอบเค้ก ในครั้งนี้ เขากลายเป็นอวาทาร์ให้กับไมโล (แดนนี โกลเวอร์) อดีตหุ้นส่วนทางธุรกิจและเพื่อนที่ห่างเหินกันไปของเอ็ดดี้

                สไตล์การปล่อยมุขแบบรัวเป็นปืนกลอันเป็นเอกลักษณ์ของ เควิน ฮาร์ท ถูกแทนที่ด้วยสไตล์การดำเนินเรื่องที่คดเคี้ยวเลี้ยวลดและเฉยชาของไมโล ส่งผลให้เกิดเสียงหัวเราะดังสนั่นเมื่อเขาแสดงอากัปกิริยาและพูดด้วยจังหวะจะโคนแบบแดนนี โกลเวอร์ คำอธิบายเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ ของเขาทำให้เกิดเชิงอรรถที่แสนขบขันตลอดทั้งเรื่อง แม้ว่าเขามักจะแปลกใจว่าตัวเองรู้ข้อมูลพวกนี้ได้อย่างไรก็ตาม เขายังไม่เข้าใจดีว่าเขาถูกส่งตัวเข้ามาอยู่ในเกม ทำให้เขาตั้งคำถามอยู่เสมอๆ เช่นว่า (“นี่ฉันตายแล้วกลายเป็นลูกเสือจิ๋วกล้ามใหญ่รึเปล่า”) และเขาก็มักจะเข้าใจสถานการณ์อันตรายที่พวกเขาเผชิญแบบผิดๆ เสมอด้วย

               “คุณจะได้เห็นเมาส์ ฟินบาร์แสดงท่าทีแบบสุภาพบุรุษสูงอายุ โดยมีผมเป็นแดนนี โกลเวอร์ เวอร์ชันอายุมากกว่าของแดนนี โกลเวอร์ในหนังทำให้ผมระเบิดหัวเราะออกมาเลยเพราะเขานิ่งมากๆ ทุกอย่างที่เขาพูดเต็มไปด้วยความสุข ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องสนุกๆ ให้เล่นได้ เหมือนชายชราคนนั้นที่ปล่อยตัวตามสบายมากกว่า เพราะผมจะแหกปากโวยวายตลอดเวลาเลยครับ” ฮาร์ทพูดถึงการแสดงของเขา

               “ไอเดียของการคิดตัวละครสำหรับเควินที่เปลี่ยนแปลงพลังงานอย่างที่คุณคุ้นชินว่าออกมาจากเขาดูเหมือนจะเป็นโอกาสสำหรับคอเมดีเยี่ยมๆ ครับ เขาทั้งตลกและสบายๆ และเราก็มีความคาดหวังอย่างมากกับสิ่งที่เขาทำเพราะเขามีคุณสมบัติในการแสดงคอเมดีอย่างเต็มเปี่ยม”    มือเขียนบทร่วมและ ผู้กำกับเจค คัสแดนกล่าว  “สิ่งที่ผมคิดได้ในภาคแรกคือเขาเป็นนักแสดงที่วิเศษสุดและเขาก็สามารถเปลี่ยนแปลงการแสดงของตัวเองได้มากกว่าที่คนคาดคิดเอาไว้ การได้เห็นเขารับบทเป็นชายชราที่อ่อนโยน พูดจาเนิบนาบ ดูเหมือนจะเป็นมุขที่ไม่ธรรมดา แต่ถ้าเราทำได้ล่ะก็ มันก็จะตลกอย่างวิเศษสุด และผมคิดว่า เควินก็ได้แรงบันดาลใจในหนังเรื่องนี้ และการได้ทำแบบนั้นกับพวกเขาก็เป็นเรื่องสนุกจริงๆ ครับ”

เบธานีย์เบธานีย์เองก็กลับเข้าไปในเกมอีกเหมือนกัน แม้ว่าจะเป็นในรูปแบบที่ไม่คาดฝันที่สุดก็ตาม ตอนที่เธอตระหนักว่าคนอื่นๆ ได้กลับเข้าไปในเกมแล้ว เธอก็ไปหาอเล็กซ์เพื่อขอร้องให้เขากลับเข้าไปกลับเธอเพื่อร่วมมือในภารกิจช่วยคน ด้วยการต่อยอดจากความสัมพันธ์พิเศษที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาในภาคแรก พวกเขาได้ร่วมมือกันในแบบที่ไม่มีใครคาดเดาได้ อวาทาร์ใหม่ของเบธานีย์คือม้าสีดำปลอดพ่วงพี ส่วนซีเพลนก็เป็นผู้กุมบังเหียน ทั้งคู่ต่างก็ร้อนรนที่จะตามหาตัวนอื่นๆ และช่วยเหลือสเปนเซอร์ให้ได้

เจฟเฟอร์สัน “ซีเพลน” แม็คโดนัฟ

                ผู้ที่กลับมาด้วยเหมือนกันคือ  เจฟเฟอร์สัน “ซีเพลน” แม็คโดนัฟ (นิค โจนาส) นักบินรูปหล่อผู้ช่วยเหลือพวกเขาในการผจญภัยครั้งที่แล้วในฐานะอวาทาร์ของอเล็กซ์ ชายหนุ่มที่ติดอยู่ใน Jumanji ตั้งแต่ปี 1996 ก่อนที่เขาจะหนีออกมาได้พร้อมกับพวกเด็กๆ ในภาคที่แล้ว

               “เบธานีย์ถูกทิ้งไว้นอกเกม และเธอก็อยากจะช่วยเหลือทุกคนที่เข้าไป แต่เธอไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครที่เคยเจอกับประสบการณ์เดียวกัน เว้นแต่อเล็กซ์ เขาใช้เวลา 20 ปีอยู่ในเกมและเขาก็รู้จักเกมนี้ดีกว่าทุกคน ดังนั้น ตอนที่เบธานีย์หันไปหาเขา เขาก็รู้ว่าเขาจะต้องลงมือช่วย” โคลิน แฮงค์ ผู้กลับมารับบทอเล็กซ์ กล่าว มือเขียนบทร่วมและผู้กำกับเจค คัสแดนอธิบายว่า “ครั้งนี้ เขาจะต้องกลับมาและช่วยเหลือคนที่เคยช่วยเขาเอาไว้ในครั้งแรกน่ะครับ”

“ในหนังภาคแรก เราสามารถทำในสิ่งที่เหลือเชื่อให้ลุล่วงไปได้ และผมก็รู้สึกเหมือนว่าเราเจอกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันเป็นครั้งที่สองเจคมีวิธีในการดึงเอาการแสดงที่ดีที่สุดในตัวทุกคนออกมา ผมรู้สึกเยี่ยมมากที่ได้กลับมาครับ” โจนาสกล่าว “

ใบหน้าที่คุ้นเคย เจนิซ กิลพิน

               มาริน ฮิงเคิล กลับมารับบท เจนิซ แม่ของสเปนเซอร์ อีกครั้งหนึ่ง    “ไม่มีส่วนไหนในตัวฉันเลยที่คิดฝันว่าตัวเองจะได้รับการทาบทามให้กลับมาอีกครั้ง ดังนั้น ตอนที่ฉันได้รับโทรศัพท์จริงๆ มันก็เหมือนกับของขวัญคริสต์มาสที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะได้รับเลยล่ะค่ะไอเดียที่ว่าตัวละครของฉันได้ปรากฏตัวอีกครั้งและได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับลูกชายของเธอตอนที่เขาอายุมากขึ้นอีกนิด และคุณก็จะได้ล้วงลึกเข้าไปในตัวตนของเขาอีกนิดค่ะ” ฮิงเคิลกล่าว “แล้วพวกเขาก็เพิ่มบทใหม่สุดวิเศษของพ่อฉัน ที่รับบทโดยแดนนี เดอวีโต้เข้าไป ฉันชอบผู้ชายคนนั้นมาตั้งแต่แรกแล้วค่ะ เขาแสดงได้งดงามมากๆ เขาเป็นหนึ่งนักแสดงสมทบของแท้ที่พิเศษสุด ไอเดียที่ว่าฉันจะได้เข้าฉากกับเขาจริงๆ เป็นเหมือนความฝันเลยค่ะ”

ฮิงเคิลกล่าว “

               “เส้นเรื่องระหว่างเดอวีโต้และโกลเวอร์อบอุ่นหัวใจมากๆค่ะ สุภาพบุรุษสุดวิเศษสองคนที่ต่างก็เจ็บ ปวดกับชีวิตของตัวเองในตอนนี้ต่างก็ถูกนำตัวมาพบกันอีกครั้งในหนังเรื่องนี้และได้รับการกระตุ้นให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง การได้เห็นภาพนั้นเป็นเรื่องมหัศจรรย์ค่ะ” หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการได้ดูซูเปอร์สตาร์ แต่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว การมีอายุมากขึ้นและความรัก หนังเรื่องนี้เป็นการบริหารจินตนาการของคุณ ความเป็นไปได้มันไม่มีขีดจำกัดหรอกค่ะ”  ฮิงเคิล

ไนเจล บิลลิงส์ลีย์

               ริส ดาร์บี้ กลับมารับบท ไนเจล ตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น ผู้อธิบายกฎของเกมนี้ให้อวาทาร์ของเราได้ฟังอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าเขาจะขับเครื่องบินหรือเป็นคนบังคับสุนัขลากเลื่อนก็ตาม “ในโลกของ Jumanji ซึ่งเป็นเกม ไนเจลอยู่ตรงนั้นเพื่อเป็นคนแนะนำทาง เขาอาจจะเป็นคนที่สำคัญที่สุดก็ได้เพราะเขาเป็นคนบอกคนอื่นๆ ว่าการผจญภัยของพวกเขาคืออะไร เป็นคนที่ทำให้ภารกิจดำเนินไปได้น่ะครับ ทีมนักแสดงเต็มไปด้วยคนใหญ่คนโต ที่เป็นคนตลกทีเดียวครับ! อย่างที่คุณจะจินตนาการได้ ในกองถ่ายเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เราทำงานร่วมกันมาหบายครั้งแล้ว และก็ไม่มีใครที่รู้สึกเหมือนอยู่ผิดที่เลย มันเป็นเหมือนกล่องเวทมนตร์แห่งความโกลาหลครับ เป็นเรื่องเยี่ยมจริงๆ ที่ได้กลับมาทำงานนี้และรับบทนี้อีกครั้งน่ะครับ” ดาร์บี้กล่าว

พวกหน้าใหม่ เอ็ดดี้และไมโล

                คู่หูแดนนีกระโจนเข้าร่วมวง แดนนี เดอวีโต้ นักแสดงตลกในตำนาน รับบท เอ็ดดี้ คุณปู่ของสเปนเซอร์ ผู้อยู่ในร่างอวาทาร์ของเบรฟสโตน ในขณะที่แดนนี โกลเวอร์ รับบท ไมโล อดีตหุ้นส่วนทางธุรกิจและเพื่อนผู้ห่างเหินของเอ็ดดี้ ผู้มาอยู่ในร่างอวาทาร์ของเมาส์ ฟินบาร์

                เอ็ดดี้และไมโลถูกบีบให้ต้องคลี่คลายปัญหาของพวกเขาในโลกของ Jumanji หลังจากที่พวกเขาถูกดูดเข้าไปอยู่ในเกมโดยไม่คาดฝัน แดนนีทั้งสองต่างก็ปล่อยมุขเด็จออกมา ในขณะที่พวกเขาจิกกัดกันและพยายามจะฟื้นฟูความ สัมพันธ์ของพวกเขา พร้อมไปกับการรับมือกับการผจญภัยของ Jumanji ในร่างอวาทาร์ที่มีความสามารถมากกว่าของพวกเขา “เราได้แดนนีสองคน ทั้งแดนนี เดอวีโต้และแดนนี โกลเวอร์ ซึ่งเป็นตำนานทั้งคู่ รวมถึงดเวย์นและเควินที่รับบทเป็นอวาทาร์ของพวกเขา มาแสดงท่าทีของชายชราสองคนนี้ มันเต็มไปด้วยเรื่องตลกและอารมณ์ขันมากมายครับ” แจ็ค แบล็คตั้งข้อสังเกต

                “นั่นอาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่ฉันชื่นชอบที่สุดเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งก็คือการที่ดเวย์นเลียนแบบเสียงและสำเนียงของแดนนี เดอวีโตแบบเต็มตัวน่ะค่ะ” คาเรน กิลเลนกล่าว “เช่นเดียวกับการที่เควินรับบทไมโล ในภาคที่แล้ว เขามีบุคลิกที่โดดเด่นมากๆ และในหนังเรื่องนี้ มันก็แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เขามีวิธีการพูดที่เนิบนาบแบบคนแก่ เสียงเขาทุ้มกว่า แหบกระด้างกว่า มันเจ๋งจริงๆ ที่ได้เห็นทุกคนยืดเส้นยืดสายความเป็นนักแสดงของตัวเองในแอ็กชันคอเมดีเรื่องนี้น่ะค่ะ”

               “เอ็ดดี้เป็นปู่ของสเปนเซอร์และเขาก็อายุมากแล้ว ร่างกายของเขาเริ่มทรยศเขาในแบบที่ทำให้เขาหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา และผมคิดว่าพวกเราหลายคนต่างก็มีใครในชีวิตี่เป็นแบบนั้น มีคนในชีวิตผมที่เป็นแบบนั้น คนแข็งแรงที่ไม่เชื่อในความจริงที่ว่า ร่างกายของเขาไม่ทำตามในสิ่งที่เขาคิดว่ามันควรจะทำ การนำคนแบบนั้นไปคู่กับพละกำลังของตัวละครที่เดอวีโต้ใส่เข้าไปในร่างของชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ผู้จู่ๆ ก็พบว่าตัวเองสามารถทำสิ่งต่างๆ ทั้งหมดเหล่านี้ได้ ดูเหมือนจะเป็นไอเดียที่มีเสน่ห์น่าสนใจครับ” “การได้ดเวย์น จอห์นสันมารับบทคนแก่แบบนี้ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่คุณไม่เคยเห็นเขาทำมาก่อน สำหรับคนที่มองโลกในแง่ดีที่สุดในโลกมารับบทเป็นคนขี้โมโหคนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนโอกาสในการสร้างเรื่องตลกที่จะมีเสน่ห์ดึงดูดใจ โชคดีที่เขาก็เห็นด้วยครับ!”  มือเขียนบทร่วมและผู้กำกับ เจค คัสแดน กล่าวอย่างตื่นเต้น

หมิง

                อวาทาร์ตัวใหม่สุดคือ หมิงผู้ลึกลับ ที่รับบทโดย อควอฟินา ในขณะที่จุดอ่อนของเธอคือเกสรดอกไม้ แต่จุดแข็งของเธอไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย เพราะมันมีทั้งการย่องเบา การล้วงกระเป๋าและการงัดเซฟ ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ในความท้าทายต่างๆ ที่เธอจะเผชิญเมื่อโลกของ Jumanji กว้างใหญ่ขึ้นและอันตรายกว่าแต่ก่อน

                “อควอฟินาเป็นนักแสดงที่ทรงพลัง เธอเป็นศิลปินแร็ป นักแสดงตลก นักแสดง…เธอมีความสามารถหลายอย่าง ผมก็เลยตื่นเต้นมากๆ ตอนที่ผมรู้ว่าเราคว้าตัวเธอมาเล่นหนังเรื่องนี้ได้ ผมรู้ว่าเธอจะนำมันไปอีกระดับ และเธอก็ทำอย่างนั้นจริงๆ” แจ็ค แบล็คกล่าวอย่างตื่นเต้น “เธอเข้ากับโปรเจ็กต์นี้อย่างพอดิบพอดี เธอมีทั้งความแสบ สไตล์และความมีชีวิตชีวา เธอมีเวทมนตร์ครับ! เราทุกคนต่างก็เข้ากันได้ด้วยดีตั้งแต่เริ่มแรกและการได้เข้าฉากกับเธอก็เป็นเรื่องพิเศษสุดครับ”

               “ฉันคิดว่าข้อคิดของ Jumanji และความสนุกของมันเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกวัย ตอนที่เราดูหนังซูเปอร์ฮีโร เราได้เห็นคนที่มีข้อบกพร่อง แต่ก็มีพลังร้ายกาจบางอย่าง ในขณะที่ใน Jumanji พวกเขาเป็นคนธรรมดาที่กลายเป็นฮีโรในเกมและฉันคิดว่ามันกระทบใจทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในวัฒนธรรมไหนก็ตาม ความกล้าหาญ การเผชิญหน้าและทำความเข้าใจกับข้อบกพร่องของตัวเอง มันเป็นคอนเซ็ปต์ที่เป็นสากล ไม่ว่าจะสำหรับคนวัยไหนก็ตาม ฉันคิดว่าคุณจะรู้สึกอะไรบางอย่างในตอนที่คุณได้เห็นตัวละครพวกนี้ค่ะ” อควอฟินากล่าว

เจอร์เกนจอมโหด

                ผู้ร้ายใหม่ในเกมรอบนี้คือ เจอร์เกนจอมโหด (รอรี่ แม็คคานน์) ผู้ปกครองโฉด ผู้ลงมาจากป้อมปราการบนภูเขาเพื่อปล้นสะดมภ์เขตเอเวียน ซ้ำร้ายเขายังได้ขโมยอัญมณีฟัลคอนในตำนาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความอุมสมบูรณ์ภายใน Jumanji และซ่อนมันไว้ในความมืดมิด ห่างไกลจากแสงอาทิตย์ ส่งผลให้ดินแดนนี้ประสบกับภัยแล้งและความเวิ้งว้าง

                ผู้ชมทั่วโลกได้รู้จักกับรอรี่ แม็คคานน์ นักแสดงหนุ่มชาวกลาสโกว์จากบท “หมาล่าเนื้อ” ใน Game of Thrones ผู้อำนวยการสร้าง แมทท์ โทลมัค กล่าวว่า    “เจอร์เกน ผู้ร้ายของเราเป็นชายร่างใหญ่น่าสะพรึงกลัว ผู้อาศัยอยู่ในปราสาทป้อมปราการ ที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง และยากจะเข้าถึง เราต้องการคนที่แข็งแกร่งและน่ายำเกรงมารับบทนี้ และรอรี่ก็มีคุณสมบัติทุกอย่างตามที่เราต้องการ”

                แม็คคานน์ กล่าวว่า “เจอร์เกนเป็นอุปสรรคที่พวกเขาจะต้องฝ่าฟันไปให้ได้เพื่อจบเกม เขาเป็นวายร้ายที่ร้ายกาจที่สุด เขาทั้งตัวใหญ่ โฉดชั่ว ผมคงจะไม่พูดว่ามีอะไรดีๆ ในตัวเขาหรอกครับ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เคยถูกโอ๋เอาใจในตอนเป็นเด็กเล็กๆ น่ะครับ”

ไปร่วม หัวเราะ ยิ้ม อิ่ม รับพลังแห่งความสุข ความบันเทิง กันได้ตั้งแต่

เปิดรอบพิเศษ 18 – 24 ธันวาคมนี้ฉายจริง 25 ธันวาคม เป็นต้นไป

Jumanji : The Next Level

เกมดูดโลก ตะลุยด่านมหัศจรรย์

WP2Social Auto Publish Powered By : XYZScripts.com